Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57060)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยที่ 15 มีความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86,147 ลงโทษสองในสามของโทษตามมาตรา 147แต่ คำพิพากษาไม่ได้กำหนดโทษจำเลยที่ 15 ไว้ โปรดกำหนดโทษจำเลยที่ 15 ด้วยหมายเหตุ จำเลยที่ 15 ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 9 ที่ 13 ที่ 14ที่ 16 และที่ 18 มีความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จำเลยที่ 5 ถึงที่ 8ที่ 10 ที่ 11 ที่ 12 ที่ 15 และที่ 17 มีความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147ประกอบมาตรา 86 ลงโทษจำคุกจำเลยทุกคนตามกระทงความผิดของจำเลย แต่ละคนตามลำดับ (สำนวนตอนที่ 4 อันดับ 253)ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยทั้ง 18 คน ไว้ในระหว่างฎีกา (สำนวนตอนที่ 6 อันดับ 356)ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 9ที่ 13 ที่ 14 ที่ 16 และที่ 18 กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ลงโทษจำคุกจำเลยดังกล่าวตามกระทงความผิดของแต่ละคน จำเลยที่ 7 ที่ 8 ที่ 10 ที่ 11ที่ 12 และ 15 ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86,147 คงลงโทษคนละสองในสาม ของโทษตามมาตรา 147 จำเลยที่ 8 ที่ 10 ที่ 11และที่ 12 กระทำความผิดคนละ 1 กระทง คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 7 กระทำความผิด 2 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 8 และที่ 9 ให้การรับสารภาพ ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้จำเลยที่ 8 และที่ 9คนละหนึ่งในสาม ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 8 มีกำหนด 2 ปี 2 เดือน 20 วัน จำคุกจำเลยที่ 9มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 17นอกจากที่แก้ให้เป็นไป ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (สำนวนตอนที่ 8 อันดับ 435)ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์จำเลยฟังแล้วโจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 446)คำสั่งคดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 15 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86,147 โดยเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 14 เจ้าพนักงานยักยอกเพียงกระทงเดียว ให้ลงโทษสองในสามของไทยตาม มาตรา 147 แต่มิได้ กำหนดโทษจำเลยที่ 15 ไว้ อันเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย อาศัย อำนาจตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143จึงมีคำสั่งให้แก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวในคำพิพากษาด้วยว่าให้จำคุก จำเลยที่ 15 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2878/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายมูไฮ ลามอ กับพวกจำเลยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 143ความว่า ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยที่ 15 มีความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86,147 ลงโทษสองในสามของโทษตามมาตรา 147แต่ คำพิพากษาไม่ได้กำหนดโทษจำเลยที่ 15 ไว้ โปรดกำหนดโทษจำเลยที่ 15 ด้วยหมายเหตุ จำเลยที่ 15 ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 9 ที่ 13 ที่ 14ที่ 16 และที่ 18 มีความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จำเลยที่ 5 ถึงที่ 8ที่ 10 ที่ 11 ที่ 12 ที่ 15 และที่ 17 มีความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147ประกอบมาตรา 86 ลงโทษจำคุกจำเลยทุกคนตามกระทงความผิดของจำเลย แต่ละคนตามลำดับ (สำนวนตอนที่ 4 อันดับ 253)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยทั้ง 18 คน ไว้ในระหว่างฎีกา (สำนวนตอนที่ 6 อันดับ 356)ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 9ที่ 13 ที่ 14 ที่ 16 และที่ 18 กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ลงโทษจำคุกจำเลยดังกล่าวตามกระทงความผิดของแต่ละคน จำเลยที่ 7 ที่ 8 ที่ 10 ที่ 11ที่ 12 และ 15 ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86,147 คงลงโทษคนละสองในสาม ของโทษตามมาตรา 147 จำเลยที่ 8 ที่ 10 ที่ 11และที่ 12 กระทำความผิดคนละ 1 กระทง คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 7 กระทำความผิด 2 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 8 เดือน

จำเลยที่ 8 และที่ 9 ให้การรับสารภาพ ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้จำเลยที่ 8 และที่ 9คนละหนึ่งในสาม ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 8 มีกำหนด 2 ปี 2 เดือน 20 วัน จำคุกจำเลยที่ 9มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 17นอกจากที่แก้ให้เป็นไป ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (สำนวนตอนที่ 8 อันดับ 435)ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์จำเลยฟังแล้วโจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 446)คำสั่งคดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 15 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86,147 โดยเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 14 เจ้าพนักงานยักยอกเพียงกระทงเดียว ให้ลงโทษสองในสามของไทยตาม มาตรา 147 แต่มิได้

กำหนดโทษจำเลยที่ 15 ไว้ อันเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย อาศัย อำนาจตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143จึงมีคำสั่งให้แก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวในคำพิพากษาด้วยว่าให้จำคุก จำเลยที่ 15 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพ็ง เพ็งนิติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1497/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 138, 140, 289, 358 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2556

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2551 ซึ่ง พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 มีผลใช้บังคับแล้ว เมื่อความผิดที่โจทก์อาศัยเป็นเหตุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11176/2554

ฎีกาของจำเลยที่ 1 คัดลอกข้อความในอุทธรณ์ชนิดคำต่อคำมาไว้ในฎีกา เพียงแต่ตัดข้อความในอุทธรณ์หน้า 8 ย่อหน้าที่ 1 หน้า 9 ถึงหน้า 11 บรรทัดที่ 1 ถึงที่ 3 ออกเท่านั้น มิได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใดขึ้นคั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15624/2553

การจดรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนการบวกโทษเป็นไม่บวกโทษนั้น ถือเป็นการแก้ไขคำพิพากษา เพราะทำให้ผลของคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับโทษของจำเลยเปลี่ยนแปลงไป มิใช่เป็นกรณีที่มีข้อผิดพลาดหรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2535

ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จและส่งให้ศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟัง ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์และจำเลยที่ 1ฟังแล้ว และได้ส่งคำพิพากษาศาลฎีกาไปอีกศาลหนึ่งเพื่ออ่านให้จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกคุมขังอย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้