Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57064)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 อ่านแล้ว เป็นฎีกาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นประเด็นปัญหา ในเรื่องการกระทำเป็นประมาทหรือไม่ แม้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกา ในข้อเท็จจริง แต่ได้มีฎีกาที่ 860/2512 ได้วินิจฉัยไว้ว่า ปัญหาที่ว่าการกระทำเป็นประมาทหรือไม่ แม้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงศาลฎีกาก็รับไว้วินิจฉัยได้โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 67)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 จำเลยที่ 2 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 และจำเลยทั้งสองผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2522 มาตรา 43,157เป็นความผิดกรรมเดียว ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 15 วัน ปรับ1,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 1 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกรอไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 66)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 1 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุก รอไว้ 1 ปี จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์เลี้ยวขวาโดย ได้สัญญาณไฟเขียว ไม่ได้ขับรถโดยประมาท แต่จำเลยที่ 1 ขับ รถจักรยานยนต์โดยประมาท เป็นการเถียงดุลพินิจใน การรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2905/2535พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนนทบุรีโจทก์นายสรรเสริญ นาคงาม กับพวกจำเลยนายดาบตำรวจบุญส่ง ธรรมราช จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 อ่านแล้ว เป็นฎีกาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นประเด็นปัญหา ในเรื่องการกระทำเป็นประมาทหรือไม่ แม้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกา ในข้อเท็จจริง แต่ได้มีฎีกาที่ 860/2512 ได้วินิจฉัยไว้ว่า ปัญหาที่ว่าการกระทำเป็นประมาทหรือไม่ แม้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงศาลฎีกาก็รับไว้วินิจฉัยได้โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 67)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 จำเลยที่ 2 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 และจำเลยทั้งสองผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2522 มาตรา 43,157เป็นความผิดกรรมเดียว ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 15 วัน ปรับ1,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 1 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกรอไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 66)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 1 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุก รอไว้ 1 ปี จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์เลี้ยวขวาโดย ได้สัญญาณไฟเขียว ไม่ได้ขับรถโดยประมาท แต่จำเลยที่ 1 ขับ รถจักรยานยนต์โดยประมาท เป็นการเถียงดุลพินิจใน การรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้