Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57083)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า รับอุทธรณ์ ข้อ 2.1 ของจำเลย ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3 เป็นอุทธรณ์ ในลักษณะข้อกฎหมาย แต่เป็นการให้รับฟังข้อเท็จจริงที่ฝ่าฝืน กับคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3 ของจำเลยจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3 เป็นอุทธรณ์ ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 95)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์บางข้อ(อันดับ 84)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88)คำสั่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า การที่โจทก์หยุดงาน ไประหว่างวันที่ 17 ถึง 21 มิถุนายน 2534 นั้น เนื่องมาจาก โจทก์ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า นอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านและ ที่โจทก์ไม่สามารถยื่นใบลาป่วยตามระเบียบของจำเลยได้ เพราะทางโรงพยาบาลยาสูบที่จำเลยทำงานอยู่ ไม่ยอมออกใบรับรองแพทย์ย้อนหลังให้ เนื่องจากโจทก์ลาป่วยย้อนหลังบ่อยและโจทก์ไม่สามารถหาใบรับรองแพทย์จากที่อื่นมายื่นภายในกำหนดได้การขาดงานของโจทก์จึงเป็นกรณีมีเหตุอันสมควรไม่เป็นความผิดตามระเบียบว่าด้วยวินัย การร้องทุกข์ และการเลิกจ้างพ.ศ. 2515 ข้อ 6.4 จำเลยอุทธรณ์ในข้อ 2.2 ว่า เมื่อโจทก์ถูกจำเลยตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์มิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ระเบียบว่าด้วยวินัย การร้องทุกข์ และการเลิกจ้างพ.ศ. 2515 ของจำเลย และมิได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 มาตรา 18 เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.3 ของจำเลยนั้น จำเลยอุทธรณ์ว่าที่ศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่โดยมีเหตุอันสมควรนั้นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน เพราะใบรับรองแพทย์เอกสารหมาย จ.5 ที่โจทก์นำมาอ้างต่อศาลเป็นใบรับรองแพทย์ที่ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันว่า โจทก์เจ็บป่วยระหว่างวันที่ 17 ถึง 21 มิถุนายน 2534 เพราะได้ออกให้ในภายหลัง เป็นการโต้เถียงดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3ของจำเลยมานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2956/2535นางวิลาวัลย์ เภกะสุตโจทก์กระทรวงการคลัง (โรงงานยาสูบจำเลยกระทรวงการคลัง (โรงงานยาสูบ) จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า รับอุทธรณ์ ข้อ 2.1 ของจำเลย ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3 เป็นอุทธรณ์ ในลักษณะข้อกฎหมาย แต่เป็นการให้รับฟังข้อเท็จจริงที่ฝ่าฝืน กับคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3 ของจำเลยจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3 เป็นอุทธรณ์ ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 95)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์บางข้อ(อันดับ 84)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88)คำสั่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า การที่โจทก์หยุดงาน ไประหว่างวันที่ 17 ถึง 21 มิถุนายน 2534 นั้น เนื่องมาจาก โจทก์ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า นอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านและ ที่โจทก์ไม่สามารถยื่นใบลาป่วยตามระเบียบของจำเลยได้ เพราะทางโรงพยาบาลยาสูบที่จำเลยทำงานอยู่ ไม่ยอมออกใบรับรองแพทย์ย้อนหลังให้ เนื่องจากโจทก์ลาป่วยย้อนหลังบ่อยและโจทก์ไม่สามารถหาใบรับรองแพทย์จากที่อื่นมายื่นภายในกำหนดได้การขาดงานของโจทก์จึงเป็นกรณีมีเหตุอันสมควรไม่เป็นความผิดตามระเบียบว่าด้วยวินัย การร้องทุกข์ และการเลิกจ้างพ.ศ. 2515 ข้อ 6.4

จำเลยอุทธรณ์ในข้อ 2.2 ว่า เมื่อโจทก์ถูกจำเลยตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์มิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ระเบียบว่าด้วยวินัย การร้องทุกข์ และการเลิกจ้างพ.ศ. 2515 ของจำเลย และมิได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 มาตรา 18 เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.3 ของจำเลยนั้น

จำเลยอุทธรณ์ว่าที่ศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่โดยมีเหตุอันสมควรนั้นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน เพราะใบรับรองแพทย์เอกสารหมาย จ.5 ที่โจทก์นำมาอ้างต่อศาลเป็นใบรับรองแพทย์ที่ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันว่า โจทก์เจ็บป่วยระหว่างวันที่ 17 ถึง 21 มิถุนายน 2534 เพราะได้ออกให้ในภายหลัง เป็นการโต้เถียงดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3ของจำเลยมานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้