Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57084)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นการฎีกา ในข้อเท็จจริงทั้งหมด ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248(แก้ไขใหม่)จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่าตามลักษณะการขนของรถยนต์ทั้งสองคันเป็นการกระทำผิดของนายวิชัยยุทธธรรมรัตน์ผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้กับโจทก์แต่เพียงผู้เดียวเมื่อนายวิชัยยุทธไม่ได้พิสูจน์ว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากเหตุสุดวิสัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด และที่ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยแล้วว่าคู่กรณีมีความประมาทเท่ากัน คู่กรณีจะเรียกร้อง ค่าเสียหายซึ่งกันและกันไม่ได้ คำรับของจำเลยในชั้น พนักงานสอบสวนก็รับฟังไม่ได้ ดังนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 60,455 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 58,981 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชดใช้ ให้แก่โจทก์เสร็จสิ้นศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 29,990.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 11 มีนาคม 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 99)จำเลยยื่นคำร้องนี้ แต่มิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 100)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีส่วนประมาทตามฎีกา ข้อ 2 ก และไม่ได้กระทำผิดตามฎีกาข้อ 2 ข. และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีความประมาทรวมอยู่ด้วยจึงกำหนดให้จำเลยรับผิดในความเสียหายครึ่งหนึ่งนั้น จำเลยฎีกาว่าโจทก์จำเลยประมาทเท่ากันจำเลยไม่ต้องรับผิดตามฎีกาข้อ 2 ค.ล้วนเป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงทั้งสิ้นคดีนี้มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามมิให้ฎีกาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2958/2535บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัดโจทก์นายกฤษณ์ รัมยาภวัฒน์กุลจำเลยนายกฤษณ์ รัมยาภวัฒน์กุล จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นการฎีกา ในข้อเท็จจริงทั้งหมด ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248(แก้ไขใหม่)จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า

ที่จำเลยฎีกาว่าตามลักษณะการขนของรถยนต์ทั้งสองคันเป็นการกระทำผิดของนายวิชัยยุทธธรรมรัตน์ผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้กับโจทก์แต่เพียงผู้เดียวเมื่อนายวิชัยยุทธไม่ได้พิสูจน์ว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากเหตุสุดวิสัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด และที่ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยแล้วว่าคู่กรณีมีความประมาทเท่ากัน คู่กรณีจะเรียกร้อง ค่าเสียหายซึ่งกันและกันไม่ได้ คำรับของจำเลยในชั้น พนักงานสอบสวนก็รับฟังไม่ได้ ดังนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 60,455 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 58,981 บาท

นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชดใช้ ให้แก่โจทก์เสร็จสิ้นศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 29,990.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 11 มีนาคม 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 99)จำเลยยื่นคำร้องนี้ แต่มิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 100)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีส่วนประมาทตามฎีกา ข้อ 2 ก และไม่ได้กระทำผิดตามฎีกาข้อ 2 ข. และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีความประมาทรวมอยู่ด้วยจึงกำหนดให้จำเลยรับผิดในความเสียหายครึ่งหนึ่งนั้น จำเลยฎีกาว่าโจทก์จำเลยประมาทเท่ากันจำเลยไม่ต้องรับผิดตามฎีกาข้อ 2 ค.ล้วนเป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงทั้งสิ้นคดีนี้มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามมิให้ฎีกาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56361)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56959)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามคู่ความมิให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ไม่รับฎีกา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56830)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาเป็นที่ดินพิพาทซึ่งคำนวณราคาทรัพย์ไว้ในศาลชั้นต้นไม่เกินสองแสนบาทจึงเป็นคดีที่มี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้