Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57121)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกา ของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าข้อความที่ปรากฏในข่าวหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วงจร และรายวันสยามรัฐ จะเป็นการหมิ่นประมาท โจทก์ทั้งสองหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 242 แผ่นที่ 3 ที่ 4)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336,338,83,91และ 332(2) ฯลฯศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,328 เป็นการกระทำความผิด2 กรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 1 เดือน ปรับกระทงละ 1,500 บาทรวม จำคุก 2 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอ การลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี จำเลยที่ 2 ปรับกระทงละ 1,500 บาทรวมปรับ 3,000 บาท ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,83,91 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 234)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 238)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 1 แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวหนังสือพิมพ์ด้วยข้อความที่เป็นหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสอง และข้อความที่จำเลยทั้งสองให้สัมภาษณ์มิใช่เป็นการติ ชมหรือแสดงความคิดเห็นจำเลยที่ 1 ฎีกาโต้เถียงว่าจำเลยที่ 1 ติ ชมด้วยความเป็นธรรมป้องกันตนและป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามทำนองคลองธรรมส่วนข้อความที่ลงประกาศในหนังสือพิมพ์มีลักษณะรุนแรง เป็นเรื่องของนักข่าวหนังสือพิมพ์นำไปเขียนขึ้นเองนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3191/2535ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามมาเจสติค เจมส์ กับพวกโจทก์นายอนันต์ แสงวัณณ์ กับพวกจำเลยนายอนันต์ แสงวัณณ์ จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกา ของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าข้อความที่ปรากฏในข่าวหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วงจร และรายวันสยามรัฐ จะเป็นการหมิ่นประมาท โจทก์ทั้งสองหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 242 แผ่นที่ 3 ที่ 4)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336,338,83,91และ 332(2)

ฯลฯศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,328 เป็นการกระทำความผิด2 กรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 1 เดือน ปรับกระทงละ 1,500 บาทรวม จำคุก 2 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอ การลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี จำเลยที่ 2 ปรับกระทงละ 1,500 บาทรวมปรับ 3,000 บาท ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,83,91 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 234)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 238)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 1 แล้ว

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวหนังสือพิมพ์ด้วยข้อความที่เป็นหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสอง และข้อความที่จำเลยทั้งสองให้สัมภาษณ์มิใช่เป็นการติ ชมหรือแสดงความคิดเห็นจำเลยที่ 1 ฎีกาโต้เถียงว่าจำเลยที่ 1 ติ ชมด้วยความเป็นธรรมป้องกันตนและป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามทำนองคลองธรรมส่วนข้อความที่ลงประกาศในหนังสือพิมพ์มีลักษณะรุนแรง เป็นเรื่องของนักข่าวหนังสือพิมพ์นำไปเขียนขึ้นเองนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้