Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57127)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกา ในข้อหาความผิดต่อชีวิต และเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษ จำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะความผิดฐานย้ายศพ เพื่อปิดบังเหตุแห่งความตาย จึงไม่เป็นการพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72 วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสอง คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3,6,7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ประกอบกับมาตรา 72,199 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและ เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 8 เดือน ฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ จำคุก 6 ปี ฐานยักย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 6 เดือน คำให้การในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงเหลือจำคุก 4 ปี 4 เดือน รวมเป็นจำคุกจำเลยทั้งหมด 4 ปี ของกลางริบศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะความผิดฐานย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย คงเหลือจำคุก จำเลยทั้งสิ้น 4 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 72)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 75)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนหนึ่งข้อหา และพิพากษากลับหนึ่งข้อหา ไม่ใช่ยื่นทั้งสองข้อหา ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง นั้น เห็นว่า กรณีเช่นนี้ต้องแยกพิจารณาเป็นฐานความผิดหรือข้อหาความผิดแต่ละเรื่อง จำเลยมิได้ฎีกาในข้อหาความผิดฐานย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย จำเลยฎีกา แต่เพียงในข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะและ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนในข้อนี้ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3274/2535พนักงานอัยการจังหวัดลำปางโจทก์นายจำรัส จิโนปงจำเลยนายจำรัส จิโนปง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกา ในข้อหาความผิดต่อชีวิต และเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษ จำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะความผิดฐานย้ายศพ เพื่อปิดบังเหตุแห่งความตาย จึงไม่เป็นการพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72 วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสอง คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3,6,7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ประกอบกับมาตรา 72,199 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและ เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 8 เดือน ฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ จำคุก 6 ปี ฐานยักย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย

จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 6 เดือน คำให้การในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงเหลือจำคุก 4 ปี 4 เดือน รวมเป็นจำคุกจำเลยทั้งหมด 4 ปี ของกลางริบศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะความผิดฐานย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย คงเหลือจำคุก จำเลยทั้งสิ้น 4 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 72)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 75)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนหนึ่งข้อหา และพิพากษากลับหนึ่งข้อหา ไม่ใช่ยื่นทั้งสองข้อหา ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง นั้น เห็นว่า กรณีเช่นนี้ต้องแยกพิจารณาเป็นฐานความผิดหรือข้อหาความผิดแต่ละเรื่อง จำเลยมิได้ฎีกาในข้อหาความผิดฐานย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย

จำเลยฎีกา แต่เพียงในข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะและ ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนในข้อนี้ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้