Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57129)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องสอดเสียค่าขึ้นศาล 200,000 บาท ให้จำเลย เสียค่าขึ้นศาล 445 บาท ภายใน 15 วันผู้ร้องสอดเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทและให้ชำระค่าเสียหายเป็นจำนวนทุนทรัพย์ 15,444 บาท ผู้ร้องได้รองสอดว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องสอด และผู้ร้องสอดได้ชำระค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ของโจทก์ มาทั้งในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์โดยไม่มีผู้ใดคัดค้านว่า ผู้ร้องสอดเสียค่าขึ้นศาลไม่ถูกต้อง การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ ผู้ร้องสอดเสียค่าขึ้นศาลตามราคาประเมินของทางราชการซึ่งประเมินไว้ไร่ละ 500,000 บาท ทั้ง ๆ ที่ราคาซื้อขายที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขายเอกสารท้ายฟ้องของโจทก์มีราคาทั้งสิ้นเพียง 220,000 บาท คำสั่งศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้ผู้ร้องสอดชำระค่าขึ้นศาลตามที่ได้ชำระไว้แล้วด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องนี้ (อันดับ 365)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจาก ที่ดินโฉนดพิพาทและให้จำเลยชำระค่าเสียหายกับค่าเสียหาย เป็นรายเดือน ระหว่างพิจารณาผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความ ฝ่ายที่สามโดยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องสอดเสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องผู้ร้องสอดจึงเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ตั้งมาในขณะฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องสอดศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินโฉนดพิพาทห้ามจำเลยและผู้ร้องสอดเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและค่าเสียหายรายเดือน นับจากวันฟ้อง จนกว่าจะออกจากที่พิพาทแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยและผู้ร้องสอดชำระค่าขึ้นศาลจำนวนดังกล่าว (อันดับ 351)จำเลยนำค่าขึ้นศาลมาชำระตามคำสั่งศาลชั้นต้นส่วนผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่ง (เป็นคำร้องนี้) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ (อันดับ 364,365,366)ศาลชั้นต้นส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง(อันดับ 174)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ผู้ร้องได้ร้องสอดเข้ามาว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้อง ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้อง ดังนั้น คดีระหว่างโจทก์กับผู้ร้องจึงเป็นคดีพิพาทกันในกรรมสิทธิ์ของที่ดินพิพาทผู้ร้องจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทคือจำนวนตามราคาที่ดินพิพาทในระหว่างที่ร้องสอด ฉะนั้น จึงให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนให้ได้ความว่า ในขณะที่ผู้ร้องยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ที่ดินพิพาทมีราคาเท่าใด แล้วคำนวณ ค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจากราคาดังกล่าว แล้วดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3278/2535บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเซ็นทรัล จำกัดโจทก์ผู้ร้องสอดโจทก์นายสันติพงษ์ นิมิตรดีโจทก์นายแสน เจริญยิ่งจำเลยนายสันติพงษ์ นิมิตรดี ผู้ร้องสอดผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 150, ม. 248ความว่า จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องสอดเสียค่าขึ้นศาล 200,000 บาท ให้จำเลย เสียค่าขึ้นศาล 445 บาท ภายใน 15 วันผู้ร้องสอดเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทและให้ชำระค่าเสียหายเป็นจำนวนทุนทรัพย์ 15,444 บาท ผู้ร้องได้รองสอดว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องสอด และผู้ร้องสอดได้ชำระค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ของโจทก์ มาทั้งในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์โดยไม่มีผู้ใดคัดค้านว่า ผู้ร้องสอดเสียค่าขึ้นศาลไม่ถูกต้อง การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ ผู้ร้องสอดเสียค่าขึ้นศาลตามราคาประเมินของทางราชการซึ่งประเมินไว้ไร่ละ 500,000 บาท ทั้ง ๆ ที่ราคาซื้อขายที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขายเอกสารท้ายฟ้องของโจทก์มีราคาทั้งสิ้นเพียง 220,000 บาท

คำสั่งศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้ผู้ร้องสอดชำระค่าขึ้นศาลตามที่ได้ชำระไว้แล้วด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องนี้ (อันดับ 365)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจาก ที่ดินโฉนดพิพาทและให้จำเลยชำระค่าเสียหายกับค่าเสียหาย เป็นรายเดือน ระหว่างพิจารณาผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความ ฝ่ายที่สามโดยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องสอดเสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องผู้ร้องสอดจึงเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ตั้งมาในขณะฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องสอดศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินโฉนดพิพาทห้ามจำเลยและผู้ร้องสอดเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและค่าเสียหายรายเดือน นับจากวันฟ้อง จนกว่าจะออกจากที่พิพาทแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยและผู้ร้องสอดชำระค่าขึ้นศาลจำนวนดังกล่าว (อันดับ 351)จำเลยนำค่าขึ้นศาลมาชำระตามคำสั่งศาลชั้นต้นส่วนผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่ง (เป็นคำร้องนี้) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ (อันดับ 364,365,366)ศาลชั้นต้นส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง(อันดับ 174)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ผู้ร้องได้ร้องสอดเข้ามาว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้อง ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้อง ดังนั้น คดีระหว่างโจทก์กับผู้ร้องจึงเป็นคดีพิพาทกันในกรรมสิทธิ์ของที่ดินพิพาทผู้ร้องจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทคือจำนวนตามราคาที่ดินพิพาทในระหว่างที่ร้องสอด ฉะนั้น จึงให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนให้ได้ความว่า ในขณะที่ผู้ร้องยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ที่ดินพิพาทมีราคาเท่าใด แล้วคำนวณ ค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจากราคาดังกล่าว แล้วดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · สมาน เวทวินิจ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834/2546

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยที่ 18 มีคำสั่งให้เพิกถอน น.ส.3 ก. ของโจทก์เนื่องจากเป็นการออกทับหนองน้ำสาธารณประโยชน์ ทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ดังนั้น การที่โจทก์ขอให้เพิกถอนคำสั่งข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2545

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 อันเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และยังมีคำขอให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์มีสิทธิซื้อที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4931/2541

คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินรวม 3 แปลงมาโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าการเข้าครอบครองที่ดิน ดังกล่าวครอบครองแทน พ. กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4139/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทโดยโจทก์ไม่ได้แจ้งการครอบครองไว้ แต่ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินภายในเส้นสีน้ำเงิน จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ในบริเวณเส้นสีแดงเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ราคา 15,000 บาทตามแผนที่ท้ายฟ้อง และตัดฟันต้นไม้ของโจทก์คิดค่าเสียห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้