Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57133)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยได้แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์และโจทก์เองก็ได้สละการ ครอบครองแล้ว ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสิทธิของจำเลย ดังนี้เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวด้วยกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ทั้งคดีนี้ได้ฟ้องร้องกันมาก่อนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่จะใช้บังคับ จึงต้องบังคับตามกฎหมายฉบับเดิมซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยรับเงินจำนวน 79,750 บาท จากสำนักงานวางทรัพย์ภูมิภาค 8 คืน น.ส.3 ฉบับพิพาท แก่โจทก์ และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินตาม น.ส.3 ฉบับพิพาทดังกล่าว ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไปจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 70)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71)คำสั่งที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ได้สละสิทธิการครอบครองให้จำเลย แล้วนั้น โจทก์ได้สละสิทธิการครอบครองหรือไม่ เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่จำเลยฎีกาว่าเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ นั้น บทกฎหมายดังกล่าวที่บัญญัติใหม่ ไม่ได้ยกเว้นให้ฎีกาได้ ที่จำเลยฎีกาว่าสมควรใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับเดิมบังคับแก่คดีนี้นั้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 27 สิงหาคม 2534) จำเลยยื่นฎีกา เมื่อ 28 พฤษภาคม 2535 ภายหลังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไขใหม่ใชั บังคับแล้วจึงต้องบังคับตามกฎหมายใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3310/2535นางวิลัย แซ่ตันหรืออนุวงค์กุลโจทก์นายโอภา พรหมชัยจำเลยนายโอภา พรหมชัย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยได้แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์และโจทก์เองก็ได้สละการ ครอบครองแล้ว ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสิทธิของจำเลย ดังนี้เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวด้วยกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ทั้งคดีนี้ได้ฟ้องร้องกันมาก่อนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่จะใช้บังคับ จึงต้องบังคับตามกฎหมายฉบับเดิมซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยรับเงินจำนวน 79,750 บาท

จากสำนักงานวางทรัพย์ภูมิภาค 8 คืน น.ส.3 ฉบับพิพาท แก่โจทก์ และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินตาม น.ส.3 ฉบับพิพาทดังกล่าว ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไปจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 70)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71)คำสั่งที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ได้สละสิทธิการครอบครองให้จำเลย แล้วนั้น โจทก์ได้สละสิทธิการครอบครองหรือไม่ เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

ที่จำเลยฎีกาว่าเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ นั้น บทกฎหมายดังกล่าวที่บัญญัติใหม่ ไม่ได้ยกเว้นให้ฎีกาได้

ที่จำเลยฎีกาว่าสมควรใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับเดิมบังคับแก่คดีนี้นั้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 27 สิงหาคม 2534) จำเลยยื่นฎีกา เมื่อ 28 พฤษภาคม 2535 ภายหลังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไขใหม่ใชั บังคับแล้วจึงต้องบังคับตามกฎหมายใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้