Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57151)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์ได้นำตึกแถวขายให้กับผู้ซื้อตึกแถวพิพาท แล้วโจทก์มิได้แจ้งให้จำเลยทราบ และโจทก์มิได้นำพยานหลักฐาน มาสืบให้ปรากฏชัด โจทก์มีหน้าที่ส่งมอบตึกพิพาทให้ผู้ซื้อ มิได้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และทุนทรัพย์ในคดีนี้ไม่เกินสองแสนบาท อีกทั้งเป็นคดีฟ้องขับไล่ บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกิน เดือนละหนึ่งหมื่นบาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเป็น ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเป็นสาระสำคัญ เกี่ยวกับคดีที่ควรจะได้รับการพิจารณาจากศาลสูง มิได้เป็น ฎีกาเกี่ยวกับข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 2/2,2/3 และ 2/13 ซอยสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 15,000 บาทแก่โจทก์ และค่าเสียหายเดือนละ 1,000 บาทต่อหนึ่งห้องนับแต่วันฟ้อง (13 กันยายน 2532) จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากตึกแถวของโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 79)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่งจำเลยฎีกาสรุปได้ความว่า โจทก์ขายตึกแถวพิพาทได้จดทะเบียน โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อแล้ว โจทก์มิได้นำพยานหลักฐานมาสืบว่า โจทก์ยังมีหน้าที่ต้องส่งมอบตึกแถวพิพาทให้ผู้ซื้อแต่อย่างใด ต้องถือว่าโจทก์ได้ส่งมอบตึกแถวพิพาทให้ผู้ซื้อตั้งแต่วัน จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ โจทก์จึงไม่มีหน้าที่จะต้องส่งมอบ ตึกแถวพิพาทอีก จำเลยไม่ได้ละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่เสียหาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลย ยังคงอยู่ในตึกแถวพิพาท เห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็น อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เพื่อนำไป สู่ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 235 ประกอบด้วยมาตรา 247,248 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3413/2535นางสมบัติ วิโรทัยโจทก์นางบุญทิวา ภูถาวรจำเลยนางบุญทิวา ภูถาวร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 225, ม. 247, ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์ได้นำตึกแถวขายให้กับผู้ซื้อตึกแถวพิพาท แล้วโจทก์มิได้แจ้งให้จำเลยทราบ และโจทก์มิได้นำพยานหลักฐาน มาสืบให้ปรากฏชัด โจทก์มีหน้าที่ส่งมอบตึกพิพาทให้ผู้ซื้อ มิได้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และทุนทรัพย์ในคดีนี้ไม่เกินสองแสนบาท อีกทั้งเป็นคดีฟ้องขับไล่ บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกิน เดือนละหนึ่งหมื่นบาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเป็น ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเป็นสาระสำคัญ

เกี่ยวกับคดีที่ควรจะได้รับการพิจารณาจากศาลสูง มิได้เป็น ฎีกาเกี่ยวกับข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 2/2,2/3 และ 2/13 ซอยสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 15,000 บาทแก่โจทก์ และค่าเสียหายเดือนละ 1,000 บาทต่อหนึ่งห้องนับแต่วันฟ้อง (13 กันยายน 2532) จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากตึกแถวของโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 79)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่งจำเลยฎีกาสรุปได้ความว่า โจทก์ขายตึกแถวพิพาทได้จดทะเบียน

โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อแล้ว โจทก์มิได้นำพยานหลักฐานมาสืบว่า โจทก์ยังมีหน้าที่ต้องส่งมอบตึกแถวพิพาทให้ผู้ซื้อแต่อย่างใด ต้องถือว่าโจทก์ได้ส่งมอบตึกแถวพิพาทให้ผู้ซื้อตั้งแต่วัน จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ โจทก์จึงไม่มีหน้าที่จะต้องส่งมอบ ตึกแถวพิพาทอีก จำเลยไม่ได้ละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่เสียหาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลย ยังคงอยู่ในตึกแถวพิพาท เห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็น อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เพื่อนำไป สู่ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 235 ประกอบด้วยมาตรา 247,248 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2532

แม้โจทก์เคยอ้างสัญญากู้ทั้งสองฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้เป็นพยานในคดีที่จำเลยถูกฟ้องฐานเบิกความเท็จที่ศาลชั้นต้น และจำเลยไม่เคยโต้แย้งว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์ทั้งไม่เคยปฏิเสธว่าลายมือชื่อของจำเลยเป็นลายม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 62300)

โจทก์ฎีกาว่าการที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าคนขับรถของผู้เอาประกันภัยและจำเลยมีส่วนประมาทเลินเล่อเท่าๆกันโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยและศาลอุทธรณ์ฟังว่าคนขับรถของผู้เอาประกันภัยประมาทฝ่ายเด…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2525 (เลขอ้างอิง 64141)

ข้อฎีกาโจทก์ที่ว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังได้โดยปริยายว่าบริษัท ส. จำกัด มีส่วนได้เสียในรถที่เอาประกันภัยไว้จริงโจทก์จึงได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องคดีนี้นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีมีทุนทรัพ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2514 (เลขอ้างอิง 64934)

ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลย โจทก์จะนำสืบหักล้างพยานหลักฐานของจำเลยไม่ได้นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิพาทมิได้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้