Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57153)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาข้อ 2.2ย่อหน้าแรก และข้อ 2.3 ส่วนฎีกาส่วนอื่นเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นปัญหาว่า ศาลรับฟังความเสียหายนอกฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและฎีกาข้อ 2.2 มีทั้งปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษา แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำให้เสียหาย ท่อส่งน้ำคอนกรีตและก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำซอยที่ 11 ตามฟ้องข้อ ก. จำคุก 1 เดือน เป็นการแก้ไขมาก จำเลยจึงฎีกาได้ ไม่ต้องห้ามโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยในข้อดังกล่าวด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 78)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐาน ทำให้เสียทรัพย์ทำลายท่อส่งน้ำคอนกรีตและก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 จำคุก 6 เดือน อีกกระทงหนึ่ง รวมจำคุก 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 77)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลายกุญแจล็อกประตูน้ำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จึงต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยฎีกามาในข้อ 2.1 ขอให้ศาลรอการลงโทษ ในความผิดฐานนี้จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้วส่วนความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลายท่อส่งน้ำคอนกรีตและก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลย 6 เดือน จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ให้รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.2 ที่เกี่ยวกับความผิดฐานนี้ทั้งหมด ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3424/2535พนักงานอัยการจังหวัดแพร่โจทก์นายสงบ สุดแดนจำเลยนายสงบ สุดแดน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาข้อ 2.2ย่อหน้าแรก และข้อ 2.3 ส่วนฎีกาส่วนอื่นเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นปัญหาว่า ศาลรับฟังความเสียหายนอกฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและฎีกาข้อ 2.2 มีทั้งปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษา แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำให้เสียหาย ท่อส่งน้ำคอนกรีตและก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำซอยที่ 11 ตามฟ้องข้อ ก. จำคุก 1 เดือน เป็นการแก้ไขมาก จำเลยจึงฎีกาได้ ไม่ต้องห้ามโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยในข้อดังกล่าวด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 78)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐาน ทำให้เสียทรัพย์ทำลายท่อส่งน้ำคอนกรีตและก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 จำคุก 6 เดือน อีกกระทงหนึ่ง รวมจำคุก 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 77)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลายกุญแจล็อกประตูน้ำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จึงต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยฎีกามาในข้อ 2.1 ขอให้ศาลรอการลงโทษ ในความผิดฐานนี้จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้วส่วนความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลายท่อส่งน้ำคอนกรีตและก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลย 6 เดือน จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ให้รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.2 ที่เกี่ยวกับความผิดฐานนี้ทั้งหมด ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2567

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่าพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุคนใดจะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้