Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57154)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในเรื่องการรับฟังคำพยานโจทก์ และในเรื่องที่ว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 35,43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุก ไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 74)จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 75)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 3 และ 4 ของจำเลยที่ 2 โต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 5 ของจำเลยที่ 2 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน กลับนำข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่นั้น ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยตาม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนมิได้นำข้อเท็จจริงใหม่ขึ้นมาวินิจฉัย แต่อย่างใด แท้จริงแล้วเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 โต้แย้งจะ ให้รับฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยที่ 2 นำสืบ ส่วนการจะรับฟัง หลักฐานใดหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล ฎีกาข้อ 5 ของจำเลยที่ 2 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3425/2535พนักงานอัยการกองคดีศาลแขวงพระนครเหนือโจทก์นายณัฐวัฒน์ สลักคำ กับพวกจำเลยนายวิชาญ โล่ห์พิมานชัยฤทธิ์ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในเรื่องการรับฟังคำพยานโจทก์ และในเรื่องที่ว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 35,43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุก ไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 74)จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 75)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 3 และ 4 ของจำเลยที่ 2 โต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 5 ของจำเลยที่ 2 ที่ว่า

ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน กลับนำข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่นั้น

ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยตาม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนมิได้นำข้อเท็จจริงใหม่ขึ้นมาวินิจฉัย แต่อย่างใด แท้จริงแล้วเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 โต้แย้งจะ ให้รับฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยที่ 2 นำสืบ ส่วนการจะรับฟัง หลักฐานใดหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล ฎีกาข้อ 5 ของจำเลยที่ 2 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้