คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3429/2535พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชโจทก์นายทินกร จันทร์พิทักษ์จำเลยนายทินกร จันทร์พิทักษ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยรับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักมาซึ่งทั้งสองศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 3 เดือนจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่จำเลยฎีกาว่าจำเลย นำมาใช้โดยเปิดเผย ผู้เสียหายเอาของกลางคืนก็คืนให้โดยดี ยังไม่พอฟังว่าจำเลยรับรถจักรยานยนต์ไว้ โดยรู้อยู่แล้วว่า เป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์นั้น จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง
โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 54)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 2 ปี 3 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 3
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 53)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 54)คำสั่งคดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ว่าจำเลยนำรถจักรยานยนต์ของกลางมาใช้โดยเปิดเผยและเมื่อผู้เสียหายมาเอาคืนจำเลยก็คืนให้แต่โดยดี ยังไม่พอฟังว่าจำเลยรับรถจักรยานยนต์ไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์อันได้มา จากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง