Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57210)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องขออนาถา คำแถลงคัดค้านและพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย แล้วข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยมีบ้านเลขที่ 40จำนวน 1 หลัง ซึ่งมีราคาประมาณ 50,000 บาท และภรรยาจำเลยมี บ้านเลขที่ 42 จำนวน 1 หลัง ราคาประมาณ 100,000 บาทรวมทั้งมีสิทธิการเช่าโทรศัพท์ 1 เครื่อง เห็นว่าจำเลยยังพอมีเงินเสียค่าธรรมเนียมศาลจำนวน 30,000 บาทเศษได้ จำเลยไม่ได้ยากจนจริง จึงให้ยกคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ของจำเลยเสีย หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้ นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วันจำเลยเห็นว่า จำเลยมีฐานะยากจน ขณะนี้มีรายได้จากการค้าขายเดือนละประมาณ 2,000 บาท และต้องมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูครอบครัวซึ่งมีภริยาและหลานกำ พร้าซึ่งกำลังเรียน หนังสืออยู่อีก 2 คน จำเลยจึงไม่มีทรัพย์พอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล ในชั้นฎีกาได้ รายได้ของจำเลยพอเลี้ยงชีพไปได้เท่านั้น หาก จะให้จำเลยต้องขายหรือจำนองบ้านหรือทรัพย์สินอื่นแล้ว จะทำให้จำเลยต้องเป็นหนี้เป็นสินได้รับความเดือด ร้อนเป็นอย่างยิ่ง ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 164)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,264,250 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว(อันดับ 137,135 และ 157)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ และได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาชำระ ค่าฤชาธรรมเนียม (อันดับ 159 แผ่นที่ 5 และแผ่นที่ 3)ชั้นอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องของ จำเลย(อันดับ 76,100 และ 109)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยและภริยาจำเลยมีบ้านรวมกันอยู่ถึง 2 หลัง มีโทรศัพท์ใช้ และมีรายได้จากการค้าขายอีก ถือไม่ได้ว่า จำเลยยากจนไม่มีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง หากจำเลยยังติดใจฎีกาก็ให้จำเลย นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3752/2535องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พโจทก์นายสุนทร แก้วเนตรจำเลยนายสุนทร แก้วเนตร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155ความว่า คดีนี้จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องขออนาถา คำแถลงคัดค้านและพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย แล้วข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยมีบ้านเลขที่ 40จำนวน 1 หลัง ซึ่งมีราคาประมาณ 50,000 บาท และภรรยาจำเลยมี บ้านเลขที่ 42 จำนวน 1 หลัง ราคาประมาณ 100,000 บาทรวมทั้งมีสิทธิการเช่าโทรศัพท์ 1 เครื่อง เห็นว่าจำเลยยังพอมีเงินเสียค่าธรรมเนียมศาลจำนวน 30,000 บาทเศษได้ จำเลยไม่ได้ยากจนจริง จึงให้ยกคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ของจำเลยเสีย หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้ นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วันจำเลยเห็นว่า จำเลยมีฐานะยากจน ขณะนี้มีรายได้จากการค้าขายเดือนละประมาณ 2,000 บาท และต้องมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูครอบครัวซึ่งมีภริยาและหลานกำ

พร้าซึ่งกำลังเรียน หนังสืออยู่อีก 2 คน จำเลยจึงไม่มีทรัพย์พอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล ในชั้นฎีกาได้ รายได้ของจำเลยพอเลี้ยงชีพไปได้เท่านั้น หาก จะให้จำเลยต้องขายหรือจำนองบ้านหรือทรัพย์สินอื่นแล้ว จะทำให้จำเลยต้องเป็นหนี้เป็นสินได้รับความเดือด ร้อนเป็นอย่างยิ่ง ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 164)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,264,250 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว(อันดับ 137,135 และ 157)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ และได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาชำระ ค่าฤชาธรรมเนียม (อันดับ 159 แผ่นที่ 5 และแผ่นที่ 3)ชั้นอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องของ จำเลย(อันดับ 76,100 และ 109)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยและภริยาจำเลยมีบ้านรวมกันอยู่ถึง 2 หลัง มีโทรศัพท์ใช้ และมีรายได้จากการค้าขายอีก ถือไม่ได้ว่า จำเลยยากจนไม่มีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาล

ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง หากจำเลยยังติดใจฎีกาก็ให้จำเลย นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2559

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 4,818,750 บาท พร้อมยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลกึ่งหนึ่ง เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น จึงผูกพัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1379/2549

ป.วิ.พ. มาตรา 155 ให้สิทธิแก่คู่ความที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้ หากคดีมีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์และตนเองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5591/2548

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาโดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล 1 ใน 2 ส่วน หากจำเลยที่ 3 ไม่เห็นพ้องด้วยก็ต้องอุทธรณ์คำสั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้