Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57219)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยยืนตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 และ 2.2 นั้นฎีกาว่าศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ปรากฏในสำนวนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2.3 ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรอันเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ให้ปรับจำเลย 853,933.44 บาทจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 39 แผ่นที่ 2)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)คำสั่งฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ปรากฏในสำนวน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามที่ได้จากการนำสืบแล้ว ฎีกาทั้งสองข้อจึงเป็นการโต้เถียงการชั่งน้ำหนัก พยานของศาล เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.3 ว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาเลี่ยงภาษีศุลกากรหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามข้อชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3774/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายทองเต็ม สุทธิสิริโรจน์จำเลยนายทองเต็ม สุทธิสิริโรจน์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยยืนตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 และ 2.2 นั้นฎีกาว่าศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ปรากฏในสำนวนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2.3 ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรอันเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ให้ปรับจำเลย 853,933.44 บาทจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 39 แผ่นที่ 2)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)คำสั่งฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ปรากฏในสำนวน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น

ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามที่ได้จากการนำสืบแล้ว ฎีกาทั้งสองข้อจึงเป็นการโต้เถียงการชั่งน้ำหนัก พยานของศาล เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.3 ว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาเลี่ยงภาษีศุลกากรหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามข้อชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้