Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57225)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า สำหรับจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้ปรับจำเลยที่ 1 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น เว้นแต่ข้อ 2.1เป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์จึงยกขึ้นฎีกาไม่ได้ ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 2จึงให้รับฎีกาจำเลยที่ 2 เว้นแต่ฎีกาข้อ 2.1 ซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ จึงไม่รับฎีกาข้อนี้จำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นเรื่องที่จำเลยฎีกาในข้อที่ว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเกินกว่าคำขอของโจทก์ ซึ่งแม้จำเลยไม่ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ก็ยกขึ้นฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2.1 ของจำเลยที่ 1 ที่ 2ไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 194)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,272(1),273,275 ความผิดของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 273 และความผิด ฐานเอาชื่อรูปรอบประดิษฐ์หรือข้อความในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1) เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 273 อันเป็นบทหนัก ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 6,000 บาทลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท ความผิดฐานจำหน่ายสินค้าอันเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ลงโทษจำเลยที่ 1ปรับ 6,000 บาท ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี และปรับ6,000 บาท รวมลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 12,000 บาท ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี และปรับ 12,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี ฯลฯ และให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3 ทุกข้อหาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษให้จำเลยที่ 2และไม่ปรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 187)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 191)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ฟ้องโจทก์จะอ้างบทมาตราผิดแต่ศาลชั้นต้นก็ปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองตามฐานความผิดที่ถูกต้อง และไม่เกินกว่าอัตราโทษตามที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อ 2.1 ที่ว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเกินกว่าคำขอของโจทก์ จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3804/2535บริษัทเอ็ดวิน จำกัด (ประเทศญี่ปุ่นโจทก์บริษัทเอ็ดวิน จำกัด (ประเทศไทย) กับพวกจำเลยบริษัทเอ็ดวิน จำกัด (ประเทศไทย) ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสีสอง แซ่เตียว ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า สำหรับจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้ปรับจำเลยที่ 1 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น เว้นแต่ข้อ 2.1เป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์จึงยกขึ้นฎีกาไม่ได้ ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 2จึงให้รับฎีกาจำเลยที่ 2 เว้นแต่ฎีกาข้อ 2.1 ซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ จึงไม่รับฎีกาข้อนี้จำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นเรื่องที่จำเลยฎีกาในข้อที่ว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเกินกว่าคำขอของโจทก์ ซึ่งแม้จำเลยไม่ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ก็ยกขึ้นฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2.1 ของจำเลยที่ 1 ที่ 2ไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 194)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,272(1),273,275 ความผิดของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 273 และความผิด ฐานเอาชื่อรูปรอบประดิษฐ์หรือข้อความในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1) เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 273 อันเป็นบทหนัก ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 6,000 บาทลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท ความผิดฐานจำหน่ายสินค้าอันเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ลงโทษจำเลยที่ 1ปรับ 6,000 บาท

ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี และปรับ6,000 บาท รวมลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 12,000 บาท ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี และปรับ 12,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี ฯลฯ และให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3 ทุกข้อหาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษให้จำเลยที่ 2และไม่ปรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 187)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 191)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ฟ้องโจทก์จะอ้างบทมาตราผิดแต่ศาลชั้นต้นก็ปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองตามฐานความผิดที่ถูกต้อง และไม่เกินกว่าอัตราโทษตามที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อ 2.1 ที่ว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเกินกว่าคำขอของโจทก์ จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · จิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2585/2568

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต ซึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง บัญญัติว่า คำพิพากษาเช่นว่านี้จะยังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะได้พิพากษายืน ด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 227 อันเป็นความผิดในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 948/2568

จำเลยขับรถโดยใบอนุญาตสิ้นอายุ แต่จำเลยสามารถขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ได้ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบสมรรถภาพของร่างกายผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอต่ออ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้