Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5724/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 บัญญัติให้สิทธิจำเลยที่ขาดนัดพิจารณาสาบานตนเข้าเบิกความเป็นพยาน และถามค้านพยานโจทก์ได้ หากการขาดนัดพิจารณาของจำเลยเป็นไปโดยไม่จงใจ และศาลอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ และแม้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การโดยจงใจก็ตาม ในการไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ศาลจึงต้องวินิจฉัยด้วยว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาโดยจงใจหรือไม่ เพื่อสิทธิตามกฎหมายของจำเลย การที่จำเลยไปศาลแต่ไม่ยอมเข้าไปในห้องพิจารณาเองโดยไม่มีใครห้าม ต้องถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาโดยจงใจ จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ หย่าขาดกับโจทก์ ให้จำเลยที่ ๑ แบ่งสินสมรส จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตร ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทดแทน และให้จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ขาดนัดยื่นคำให้การและจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่แพ้คดี ในระหว่างออกคำบังคับ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องว่าจำเลยทั้งสี่มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ได้มาศาล แต่ไปผิดที่โดยไปที่ศาลากลางจังหวัด เมื่อมาถึงศาลปรากฏว่าศาลพิจารณาคดีเสร็จแล้วจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ มิได้จงใจขาดนัดพิจารณาขอให้พิจารณาคดีใหม่ โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ไม่ยอมเข้าห้องพิจารณาในวันนัดสืบพยานโจทก์ ถือว่าจงใจขาดนัดพิจารณา ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นงดไต่สวนสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ใหม่ ส่วนจำเลยที่ ๓ ที่ ๔

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ขาดนัดยื่นคำให้การโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การโดยจงใจ ขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ขาดนัดพิจารณาโดยจงใจหรือไม่ต่อไปพิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาแรกมีว่า จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ขาดนัดพิจารณาโดยจงใจหรือไม่ โดยจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ฎีกาว่าจะต้องวินิจฉัยด้วย เพราะมิฉะนั้น ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ขาดนัดพิจารณาโดยไม่จงใจ และศาลอุทธรณ์ให้พิจารณาคดีนี้ใหม่แล้ว จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ มีสิทธิสาบานตนให้การเป็นพยานเองและถามค้านพยานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัย จึงเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๑๙๙ วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้าศาลเห็นว่าการขาดนัดนั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุอันสมควรแล้วให้ศาลมีคำสั่งให้ดำเนินคดีต่อไปโดยไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ ในกรณีเช่นนี้ จำเลยอาจสาบานตนให้การเป็นพยานเองและถามค้านพยานโจทก์ได้ แต่หาอาจเรียกพยานของตนเข้าสืบได้ไม่" ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า

แม้คดีนี้จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การโดยจงใจก็ตาม แต่ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่า การขาดนัดพิจารณาของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ เป็นไปโดยไม่จงใจและศาลอนุญาตให้พิจารณาคดีนี้ใหม่แล้ว จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ยังคงมีสิทธิสาบานตนให้การเป็นพยานเองและถามค้านพยานโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๙ วรรคสอง ฉะนั้นในกรณีเช่นนี้จึงจำต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ขาดนัดพิจารณาโดยจงใจหรือไม่ต่อไป เพื่อสิทธิตามกฎหมายของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ดังกล่าวข้างต้น ปัญหาสุดท้ายที่จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ฎีกาว่า ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ขาดนัดพิจารณาโดยจงใจหรือไม่ เห็นว่าแม้ศาลล่างทั้งสองจะมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในปัญหานี้ แต่ตามทางไต่สวนที่โจทก์และจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ นำสืบมา

พอวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ฉะนั้น เพื่อมิให้คดีชักช้าศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยไปเลยโดยไม่ต้องส่งสำนวนคืนไปยังศาลล่างเพื่อให้พิพากษาใหม่ สำหรับปัญหาที่ว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ขาดนัดพิจารณาโดยจงใจหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ไม่ยอมเข้าไปในห้องพิจารณาเองโดยที่ไม่มีใครห้าม การขาดนัดพิจารณาของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ เป็นไปโดยจงใจ จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ จึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา ธนานันท์ · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · วัชรินทร์ รักขพันธ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายศุภชัย ระวังนาม
ศาลอุทธรณ์ - นายสมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2520

คดีฟ้องเรียกค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์อันมีทุนทรัพย์ไม่เกินสองหมื่นบาท และขอให้ขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาท จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2506

การตีความประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 207(1)จะต้องตีความอย่างจำกัด อนุมาตรานี้บัญญัติท้าวถึงกรณีตามมาตรา 204 เมื่อมาตรา 204 ถูกยกเลิกไปแล้ว ผลก็เป็นเสมือนว่ามาตรา 207(1) ถูกยกเลิกไปด้วยโดยปริย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1516/2559

โจทก์ฟ้องจำเลยให้ล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องอันตั้งหลักฐานขึ้นโดยคำพิพากษาที่ถึงที่สุด มีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/32 วันที่คำพิพากษาที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12436/2558

ศาลชั้นต้นไต่สวนและวินิจฉัยคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของโจทก์ว่า คำขอของโจทก์บรรยายเพียงเหตุที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา แต่มิได้บรรยายข้อคัดค้านว่า หากศาลพิจารณาคดีใหม่แล้วโจทก์จะเป็นฝ่ายชนะคดี ถือว่าคำขอพิจารณา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6625/2558

โจทก์อ้างส่งหนังสือรับรอง ระบุว่า จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการของบริษัท ส. และเคยเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนและประกอบกิจการในราชอาณาจักรโดยจำเลยที่ 2 ไม่มีพยานหลักฐานมาหักล้างในเร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้