คำฟ้องและคำให้การ
คดีได้ความว่ากระบือของจำเลยหายไป จำเลยจึงนำความไปแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้าน ต่อมา ส.ซึ่งเป็นญาติของจำเลยได้ทำร้ายร่างกายโจทก์ แล้วจำเลยนำความไปร้องเรียนต่อกรมการอำเภอว่าโจทก์เป็นผู้ร้ายลักกระบือแลจำเลยเป็นผู้ร้ายโจทก์ กรมการอำเภอจึงเอาตัวโจทก์ไปกักขังไว้ ๑ วันเศษ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์สืบได้ว่าจำเลยมิได้เกี่ยวข้องทำร้ายโจทก์ แลมิได้อยู่ในขณะที่เกิดเหตุทำร้ายกัน ส่วนข้อที่จำเลยแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่วันกระบือหายก่อนเกิดตีกันนั้นพอมีมูลอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญในข้อต้น เห็นว่าจำเลยได้นำความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานเพื่อช่วยเหลือให้ ส.พ้นจากอาชญาอันควรรับตามกฎหมาย ส่วนข้อที่โจทก์ต้องถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังนั้น เห็นว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่อำนาจของจำเลยจึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๑๑๘ ,๑๕๔ ข้อ ๒ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๕๔ ซึ่งเป็นบทที่หนักจำคุก ๑ ปี