Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57338)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสี่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสี่เห็นว่า จำเลยทั้งสี่ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าที่ดินที่จำเลยขุดนั้นเป็นทางสาธารณะหรือไม่ การกระทำของจำเลยอยู่ในลักษณะอันน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่การจราจรหรือไม่ จำเลยทั้งสี่มีเจตนากระทำความผิดหรือไม่ จำเลยทั้งสี่กระทำความผิดสองกรรมหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 100)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 229 การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดสองกรรมศาลเรียงกระทงลงโทษให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ไว้กระทงละ 3 เดือน ปรับกระทงละ 1,500 บาท รวมจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 6 เดือน ปรับคนละ 3,000 บาท คำให้การของจำเลยทั้งสี่ในชั้นพิจารณาให้ความรู้แก่ศาล ลดโทษให้จำเลยทั้งสี่คนละหนึ่งในสาม คงให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ไว้คนละ 4 เดือน ปรับคนละ2,000 บาท โทษจำคุกจำเลยทั้งสี่ ให้รอการลงอาญาไว้คนละ 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 95)จำเลยทั้งสี่จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 99)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ที่อ้างว่า ที่ดินที่จำเลยขุดมิใช่ทางสาธารณะการกระทำของจำเลยไม่อยู่ในลักษณะอันน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่การจราจร และจำเลยไม่มีเจตนาจะกระทำความผิดล้วนแต่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาข้อต่อไปที่อ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว แม้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยมาตรา 249 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาข้อสุดท้ายที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยยกเหตุว่านายพรศักดิ์รัชศรีพลปลัดอาวุโส อำเภอที่เกิดเหตุไม่มีอำนาจลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้นายสมชาย สกุลเกียรติวงศ์ ปลัดอำเภอ ไปร้องทุกข์ตามเอกสารหมาย จ.1 เพราะขณะที่ทำหนังสือดังกล่าวนายอำเภอยังปฏิบัติราชการอยู่ และมิได้มีคำสั่งให้นายพรศักดิ์รักษาราชการแทน จึงฟังไม่ได้ว่านายสมชาย มีอำนาจร้องทุกข์แทนนายอำเภอก็เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 241/2533พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาครโจทก์นายบุญชู มีศิริ กับพวกจำเลยนายบุญชู มีศิริ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสมทรง มีศิริ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายอำพรหรือแดง มีศิริ ที่ 3ผู้ยื่นคำร้องนายสุนทรหรือทร เข่งขยัน ที่ 4 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 15, ม. 249 ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสี่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสี่เห็นว่า

จำเลยทั้งสี่ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าที่ดินที่จำเลยขุดนั้นเป็นทางสาธารณะหรือไม่ การกระทำของจำเลยอยู่ในลักษณะอันน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่การจราจรหรือไม่ จำเลยทั้งสี่มีเจตนากระทำความผิดหรือไม่ จำเลยทั้งสี่กระทำความผิดสองกรรมหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 100)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 229 การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดสองกรรมศาลเรียงกระทงลงโทษให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ไว้กระทงละ 3 เดือน ปรับกระทงละ 1,500 บาท รวมจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 6 เดือน ปรับคนละ 3,000 บาท

คำให้การของจำเลยทั้งสี่ในชั้นพิจารณาให้ความรู้แก่ศาล ลดโทษให้จำเลยทั้งสี่คนละหนึ่งในสาม คงให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ไว้คนละ 4 เดือน ปรับคนละ2,000 บาท โทษจำคุกจำเลยทั้งสี่ ให้รอการลงอาญาไว้คนละ 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 95)จำเลยทั้งสี่จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 99)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ที่อ้างว่า ที่ดินที่จำเลยขุดมิใช่ทางสาธารณะการกระทำของจำเลยไม่อยู่ในลักษณะอันน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่การจราจร และจำเลยไม่มีเจตนาจะกระทำความผิดล้วนแต่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาข้อต่อไปที่อ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว

แม้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยมาตรา 249 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาข้อสุดท้ายที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยยกเหตุว่านายพรศักดิ์รัชศรีพลปลัดอาวุโส อำเภอที่เกิดเหตุไม่มีอำนาจลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้นายสมชาย สกุลเกียรติวงศ์ ปลัดอำเภอ ไปร้องทุกข์ตามเอกสารหมาย จ.1 เพราะขณะที่ทำหนังสือดังกล่าวนายอำเภอยังปฏิบัติราชการอยู่ และมิได้มีคำสั่งให้นายพรศักดิ์รักษาราชการแทน จึงฟังไม่ได้ว่านายสมชาย มีอำนาจร้องทุกข์แทนนายอำเภอก็เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9076/2558

แม้ปัญหาเรื่องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งจำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2948/2555

ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์โต้แย้งเฉพาะในส่วนดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลชั้นต้นการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาในทำนองว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น จึงเป็นการฎีกาในข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10579/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ปรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กระทงละ 1,800 บาท จำเลยที่ 4 อายุกว่าสิบเจ็ดปี แต่ยังไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2553

โจทก์บรรยายฟ้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจำเลยกับพวกกระทำความผิดโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบหลายกรรมต่างกัน ซึ่งข้อหาความผิดตามฟ้องในแต่ละกระทงมิใช่เป็นคดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้