Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57364)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ไม่ได้เพิ่มเติมโทษจำเลย คดีต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้รอการลงโทษ มาเป็นไม่รอการลงโทษนั้น ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219จำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 39)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,7,47,48,53 ทวิ,53 ตรี,72,73 ทวิ,74,74 ทวิ,75 เรียงกระทงลงโทษฐานตั้งโรงงานไม้แปรรูป จำคุก1 ปี ปรับ 10,000 บาท ฐานแปรรูปไม้สักและฐานมีไม้สักแปรรูปในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกกระทงละ 2 ปี ปรับ กระทงละ10,000 บาท และฐานมีสิ่งประดิษฐ์ทำด้วยไม้หวงห้ามเกินขนาดและปริมาณที่กำหนด จำคุก 6 เดือน ปรับ 5,000 บาท รวม 4 กระทง ให้จำคุก5 ปี 6 เดือน และปรับ 35,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกรวม 2 ปี 9 เดือนและปรับ 17,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,7,47,48,53 ทวิ,53 ตรี,73 วรรคสอง,73 ทวิ,74,74 ทวิ,75(ที่แก้ไขแล้ว) ให้ลงโทษฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ จำคุก 1 ปี ฐานแปรรูปไม้ จำคุก 1 ปี ฐานมีไม้แปรรูปจำคุก 1 ปี ฐานมีสิ่งประดิษฐ์ทำด้วยไม้หวงห้ามเกินขนาด จำคุก 6เดือน รวมจำคุก 3 ปี 6 เดือน จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 9 เดือน ไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับ และไม่กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 35)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 36)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฐานตั้งโรงงานไม้แปรรูป จำคุก 1 ปี ปรับ 10,000บาท ฐานแปรรูปไม้สักและฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกกระทงละ 2 ปี ปรับกระทงละ 10,000 บาท และฐานมีสิ่งประดิษฐ์ทำด้วยไม้หวงห้ามเกินขนาดและประมาณ ที่กำหนด จำคุก 6 เดือนปรับ 5,000 บาท รวม 4 กระทง จำคุก 5 ปี 6 เดือน ปรับ 35,000 บาทรับสารภาพลดให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี 9 เดือนและปรับ 17,500 บาทโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี กับกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมประพฤติด้วยแต่ศาลอุทธรณ์แก้เป็นว่าให้ลงโทษฐานตั้ง โรงงานแปรรูปไม้ ฐานแปรรูปไม้และฐานมีไม้แปรรูป จำคุกกระทงละ 1 ปีฐานมีสิ่งประดิษฐ์ทำด้วยไม้หวงห้ามเกินขนาดและปริมาณที่กำหนด จำคุก 6 เดือน รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 9 เดือนไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับและไม่กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ ซึ่งการที่ ศาลอุทธรณ์วางโทษจำคุกจำเลยน้อยลงแต่ไม่รอการลงโทษ และไม่ปรับทั้งไม่กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤตินั้นเป็นผลร้ายแก่จำเลย เป็นการแก้ไขมากและเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 12จึงให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันรับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 266/2533พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์นายถวิล ทิพย์พฤกษ์จำเลยนายถวิล ทิพย์พฤกษ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ไม่ได้เพิ่มเติมโทษจำเลย คดีต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้รอการลงโทษ มาเป็นไม่รอการลงโทษนั้น ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219จำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 39)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,7,47,48,53 ทวิ,53 ตรี,72,73 ทวิ,74,74 ทวิ,75 เรียงกระทงลงโทษฐานตั้งโรงงานไม้แปรรูป

จำคุก1 ปี ปรับ 10,000 บาท ฐานแปรรูปไม้สักและฐานมีไม้สักแปรรูปในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกกระทงละ 2 ปี ปรับ กระทงละ10,000 บาท และฐานมีสิ่งประดิษฐ์ทำด้วยไม้หวงห้ามเกินขนาดและปริมาณที่กำหนด จำคุก 6 เดือน ปรับ 5,000 บาท รวม 4 กระทง ให้จำคุก5 ปี 6 เดือน และปรับ 35,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกรวม 2 ปี 9 เดือนและปรับ 17,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,7,47,48,53 ทวิ,53 ตรี,73 วรรคสอง,73 ทวิ,74,74 ทวิ,75(ที่แก้ไขแล้ว) ให้ลงโทษฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ จำคุก 1 ปี ฐานแปรรูปไม้ จำคุก 1 ปี

ฐานมีไม้แปรรูปจำคุก 1 ปี ฐานมีสิ่งประดิษฐ์ทำด้วยไม้หวงห้ามเกินขนาด จำคุก 6เดือน รวมจำคุก 3 ปี 6 เดือน จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 9 เดือน ไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับ และไม่กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 35)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 36)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฐานตั้งโรงงานไม้แปรรูป จำคุก 1 ปี ปรับ 10,000บาท ฐานแปรรูปไม้สักและฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกกระทงละ 2 ปี ปรับกระทงละ 10,000 บาท และฐานมีสิ่งประดิษฐ์ทำด้วยไม้หวงห้ามเกินขนาดและประมาณ ที่กำหนด

จำคุก 6 เดือนปรับ 5,000 บาท รวม 4 กระทง จำคุก 5 ปี 6 เดือน ปรับ 35,000 บาทรับสารภาพลดให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี 9 เดือนและปรับ 17,500 บาทโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี กับกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมประพฤติด้วยแต่ศาลอุทธรณ์แก้เป็นว่าให้ลงโทษฐานตั้ง โรงงานแปรรูปไม้ ฐานแปรรูปไม้และฐานมีไม้แปรรูป จำคุกกระทงละ 1 ปีฐานมีสิ่งประดิษฐ์ทำด้วยไม้หวงห้ามเกินขนาดและปริมาณที่กำหนด จำคุก 6 เดือน รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 9 เดือนไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับและไม่กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ ซึ่งการที่ ศาลอุทธรณ์วางโทษจำคุกจำเลยน้อยลงแต่ไม่รอการลงโทษ และไม่ปรับทั้งไม่กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤตินั้นเป็นผลร้ายแก่จำเลย เป็นการแก้ไขมากและเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 12จึงให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันรับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 1 เดือน 15 วัน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนเช่นกัน จึงต้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้