Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57408)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยข้อ 2 และข้อ 4 มีปัญหาว่า การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงพนักงานของบริษัท ไทยเซ็นเตอร์กรุ๊ฟ จำกัด ปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน จะถือว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ และข้อ 3 มีปัญหาว่า เมื่อข้อเท็จจริงตามฟ้องบรรยายว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการโฆษณาแก่ประชาชนแต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 มิได้เป็นผู้โฆษณา และจำเลยที่ 1 หลงต่อสู้ เช่นนี้ศาลจะลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 243 ได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 235)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343,83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511มาตรา 7,27 ลงโทษเรียงกระทง ฐานฉ้อโกงประชาชนจำคุก 5 ปีฐานประกอบธุรกิจจัดหางานไม่รับอนุญาตจำคุก 1 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 1 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้ เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 233)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 235)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343โดยระบุวรรคเท่านั้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นเพียงพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทดังกล่าวก็ดี จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้โฆษณาหลอกลวงผู้เสียหายแต่อย่างใดก็ดี เป็นฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ ฎีกาตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 316/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นางสาวยุวดี บึงเกียรติกุล กับพวกจำเลยนางสาวยุวดี บึงเกียรติกุล จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยข้อ 2 และข้อ 4 มีปัญหาว่า การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงพนักงานของบริษัท ไทยเซ็นเตอร์กรุ๊ฟ จำกัด ปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน จะถือว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ และข้อ 3 มีปัญหาว่า

เมื่อข้อเท็จจริงตามฟ้องบรรยายว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการโฆษณาแก่ประชาชนแต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 มิได้เป็นผู้โฆษณา และจำเลยที่ 1 หลงต่อสู้ เช่นนี้ศาลจะลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 243 ได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 235)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343,83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511มาตรา 7,27 ลงโทษเรียงกระทง ฐานฉ้อโกงประชาชนจำคุก 5 ปีฐานประกอบธุรกิจจัดหางานไม่รับอนุญาตจำคุก 1 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 1 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้ เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 233)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 235)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343โดยระบุวรรคเท่านั้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นเพียงพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทดังกล่าวก็ดี จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้โฆษณาหลอกลวงผู้เสียหายแต่อย่างใดก็ดี เป็นฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ ฎีกาตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา ธนานันท์ · สวิน อักขรายุธ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้