Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57423)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาของจำเลยเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายเฉพาะข้อ ก.จำเลยเห็นว่า การที่จำเลยได้หยิบยกปัญหาในข้อ ก. ข. ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวโยงสืบเนื่องกับข้อ 2 ประการแรก (1) และรวมไปถึงประเด็นในประการที่สองและประการสุดท้ายขึ้นอ้าง เพื่อประกอบข้อต่อสู้ว่าคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ผิดต่อกฎหมายหรือไม่ ประเด็นเหล่านั้นต้องเป็นข้อกฎหมาย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ลงโทษจำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว (อันดับ 58)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 59)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยฎีกาข้อ 2(ช) ว่า จำเลยไม่มีหนี้สินส่วนตัวกับโจทก์ จำเลยออกเช็คให้โจทก์เป็นการค้ำประกันหนี้ผู้อื่นซึ่งโจทก์รู้ดีว่าในขณะออกเช็คจำเลยไม่มีความสามารถชำระเงินถือไม่ได้ว่าจำเลยออกเช็คด้วยเจตนาเพื่อชำระหนี้ แม้ว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยก็ไม่มีความผิด และที่จำเลยฎีกาประการที่สองและประการสุดท้ายว่าโจทก์นำดอกเบี้ยเกินอัตราจากมูลหนี้เดิมมาให้จำเลยออกเช็คเป็นจำนวนหนี้ใหม่ และโจทก์แสดงเจตนาลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการเถียงการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อ 2(ข) และฎีกาข้ออื่นของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 714/2533บริษัทชำนาญโอเวอร์ซีเทรด จำกัดโจทก์พันเอกธนพงศ์ องอาจอิทธิชัยจำเลยพันเอกธนพงศ์ องอาจอิทธิชัย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาของจำเลยเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายเฉพาะข้อ ก.จำเลยเห็นว่า การที่จำเลยได้หยิบยกปัญหาในข้อ ก. ข. ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวโยงสืบเนื่องกับข้อ 2 ประการแรก (1) และรวมไปถึงประเด็นในประการที่สองและประการสุดท้ายขึ้นอ้าง เพื่อประกอบข้อต่อสู้ว่าคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ผิดต่อกฎหมายหรือไม่ ประเด็นเหล่านั้นต้องเป็นข้อกฎหมาย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า

คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ลงโทษจำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว (อันดับ 58)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 59)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยฎีกาข้อ 2(ช) ว่า จำเลยไม่มีหนี้สินส่วนตัวกับโจทก์ จำเลยออกเช็คให้โจทก์เป็นการค้ำประกันหนี้ผู้อื่นซึ่งโจทก์รู้ดีว่าในขณะออกเช็คจำเลยไม่มีความสามารถชำระเงินถือไม่ได้ว่าจำเลยออกเช็คด้วยเจตนาเพื่อชำระหนี้

แม้ว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยก็ไม่มีความผิด และที่จำเลยฎีกาประการที่สองและประการสุดท้ายว่าโจทก์นำดอกเบี้ยเกินอัตราจากมูลหนี้เดิมมาให้จำเลยออกเช็คเป็นจำนวนหนี้ใหม่ และโจทก์แสดงเจตนาลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการเถียงการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อ 2(ข) และฎีกาข้ออื่นของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้