Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57474)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องข้อหาฐานรับของโจร จึงต้องห้ามฎีกาข้อหา ดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220รับฎีกาเฉพาะข้อหาฐานลักทรัพย์โจทก์เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ในกรณีนี้คงหมายความเฉพาะยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์เท่านั้น ถือไม่ได้ว่าศาลอุทธรณ์ยกฟ้องข้อหารับของโจรด้วย ข้อหารับของโจรจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 นอกจากนี้ข้อหารับของโจรถึงแม้ว่าจะมิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลอุทธรณ์ก็ตามแต่ก็ถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ เนื่องจากไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องอุทธรณ์ ขอให้ศาลลงโทษในข้อหารับของโจรอีกในเมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษข้อหาลักทรัพย์ไปแล้ว ฉะนั้นโจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ในข้อกฎหมายที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาต่อไปด้วยหมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 38)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335,357ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 จำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 34)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 38)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษในความผิดฐานลักทรัพย์ เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในข้อหาฐานรับของโจรเมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ในข้อหานี้ กรณีย่อมต้องถือว่า ความผิดฐานรับของโจรได้ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ฉะนั้นโจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในความผิดฐานรับของโจรนี้อีก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ในความผิดฐานรับของโจรนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 770/2533พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามโจทก์นายบุญ จันทร์โทจำเลยพนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องข้อหาฐานรับของโจร จึงต้องห้ามฎีกาข้อหา ดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220รับฎีกาเฉพาะข้อหาฐานลักทรัพย์โจทก์เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ในกรณีนี้คงหมายความเฉพาะยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์เท่านั้น ถือไม่ได้ว่าศาลอุทธรณ์ยกฟ้องข้อหารับของโจรด้วย ข้อหารับของโจรจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 นอกจากนี้ข้อหารับของโจรถึงแม้ว่าจะมิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลอุทธรณ์ก็ตามแต่ก็ถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ เนื่องจากไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องอุทธรณ์ ขอให้ศาลลงโทษในข้อหารับของโจรอีกในเมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษข้อหาลักทรัพย์ไปแล้ว

ฉะนั้นโจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ในข้อกฎหมายที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาต่อไปด้วยหมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 38)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335,357ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 จำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 34)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 38)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษในความผิดฐานลักทรัพย์ เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในข้อหาฐานรับของโจรเมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ในข้อหานี้ กรณีย่อมต้องถือว่า ความผิดฐานรับของโจรได้ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ฉะนั้นโจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในความผิดฐานรับของโจรนี้อีก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ในความผิดฐานรับของโจรนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย กันนะ · ถาวร ตันตราภรณ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 649867)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8488/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ข้อห้ามมิให้ฎีกาเช่นว่านี้ ย่อมห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย เว้นแต่ผู้พิพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8261/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83 กับร่วมกันมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนและมีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้