Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57515)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกานี้มีคำพิพากษาของศาลฎีกาและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานมาตลอดว่าเพิ่มโทษไม่ได้ ดังนี้ ข้อกฎหมายของโจทก์นี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาอีกต่อไป จึงไม่รับฎีกา และต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วันนับแต่วันฟังคำสั่ง จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์โจทก์เห็นว่า การรับรองฎีกาของอธิบดีกรมอัยการเพื่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัยนั้นถือเป็นเอกสิทธิของอธิบดีกรมอัยการโดยเฉพาะเมื่อรับรองถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมมีหน้าที่ต้องรับฎีกา หามีอำนาจวินิจฉัยว่าฎีกาที่รับรองนั้นไม่เป็นสาระไม่ คำสั่งศาลชั้นต้นจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบไม่ชอบด้วยกฎหมาย และที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์อ้างว่ายื่นพ้นกำหนด 15 วันนั้นก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอุทธรณ์ของโจทก์เป็นการอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาซึ่งต้องเป็นไปตามหลักทั่วไปคือยื่นได้ภายในกำหนด 1 เดือนขอศาลอุทธรณ์ได้โปรดมีคำสั่งให้รับฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,14 ทวิ,15 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ปรับ 700 บาทโจทก์อุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 19)โจทก์อุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น โดยให้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 20)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 21)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้นจะชอบหรือไม่อย่างไรผู้ฎีกาก็ชอบที่จะต้องฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกา โดยยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันฟังคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224คดีนี้แม้โจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โดยระบุให้ศาลอุทธรณ์รับฎีกาของโจทก์ ก็ถือได้ว่าเป็นฎีกาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งให้รับหรือไม่รับฎีกา แต่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2533ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่โจทก์ยื่นฎีกาโจทก์ยื่นฎีกาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2533 ฎีกาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของโจทก์จึงยื่นเกินกำหนด 15 วัน นับแต่วันฟังคำสั่งเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งคำร้องของโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 858/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายแมนรัตน์ ไทยสว่างศรีจำเลยพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกานี้มีคำพิพากษาของศาลฎีกาและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานมาตลอดว่าเพิ่มโทษไม่ได้ ดังนี้ ข้อกฎหมายของโจทก์นี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาอีกต่อไป จึงไม่รับฎีกา และต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วันนับแต่วันฟังคำสั่ง จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์โจทก์เห็นว่า การรับรองฎีกาของอธิบดีกรมอัยการเพื่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัยนั้นถือเป็นเอกสิทธิของอธิบดีกรมอัยการโดยเฉพาะเมื่อรับรองถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมมีหน้าที่ต้องรับฎีกา

หามีอำนาจวินิจฉัยว่าฎีกาที่รับรองนั้นไม่เป็นสาระไม่ คำสั่งศาลชั้นต้นจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบไม่ชอบด้วยกฎหมาย และที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์อ้างว่ายื่นพ้นกำหนด 15 วันนั้นก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอุทธรณ์ของโจทก์เป็นการอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาซึ่งต้องเป็นไปตามหลักทั่วไปคือยื่นได้ภายในกำหนด 1 เดือนขอศาลอุทธรณ์ได้โปรดมีคำสั่งให้รับฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,14 ทวิ,15 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง

ปรับ 700 บาทโจทก์อุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 19)โจทก์อุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น โดยให้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 20)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 21)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้นจะชอบหรือไม่อย่างไรผู้ฎีกาก็ชอบที่จะต้องฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกา โดยยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันฟังคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224คดีนี้แม้โจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โดยระบุให้ศาลอุทธรณ์รับฎีกาของโจทก์

ก็ถือได้ว่าเป็นฎีกาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งให้รับหรือไม่รับฎีกา แต่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2533ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่โจทก์ยื่นฎีกาโจทก์ยื่นฎีกาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2533 ฎีกาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของโจทก์จึงยื่นเกินกำหนด 15 วัน นับแต่วันฟังคำสั่งเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งคำร้องของโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13649/2557

ขณะที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา เพื่อขอให้ส่งฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไปให้อัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองฎีกา ศาลชั้นต้นยังไม่อ่านคำสั่งของศาลฎีกาที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา แต่เมื่อศาลชั้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้