Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57544)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นกรณีต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า เอกสารหมาย จ.4 หรือ ล.1 มิใช่เป็นเอกสารธรรมดาดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แต่เป็นเอกสารสิทธิที่เป็นหลักฐานการก่อตั้งสิทธิจำเลยอันเป็นฎีกาในข้อหาปลอมและใช้ เอกสารปลอมจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220เพราะคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกข้อหา ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมข้อหาอื่นให้ยกเสีย อีกทั้งการปรับบทว่าคดีต้องห้ามฎีกาหรือไม่ต้องพิจารณาในฐานความผิดเป็นกระทง ๆ ไป เสมือนมิได้รวมแต่ละกระทงความผิดฟ้องมาในคดีเดียวกันโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2.1ของโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 204 แผ่นที่ 2,อันดับ 206)โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,180,177,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,268 ลงโทษตามมาตรา 264จำคุก 1 ปี (หนึ่งปี) ข้อหาอื่นคงให้ยกเสียจำเลยฎีกา (อันดับ 200 แผ่นที่ 2)โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 201 แผ่นที่ 3)โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 203)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกข้อหาเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยแต่เฉพาะข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ข้อหาอื่น ๆ จึงเป็นคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ฎีกาโจทก์ข้อ 2.1 ซึ่งขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม แม้จะเป็น ปัญหาข้อกฎหมาย ก็ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่แก้ไขแล้ว ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อ 2.1 ของโจทก์จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 886/2533ห้างหุ้นส่วนจำกัดมหานครวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล กับพวกโจทก์นายชัชวาลย์ วัฒนเสนีธรรมจำเลยห้างหุ้นส่วนจำกัดมหานครวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสันติ พรวสันต์ ที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นกรณีต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า เอกสารหมาย จ.4 หรือ ล.1 มิใช่เป็นเอกสารธรรมดาดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แต่เป็นเอกสารสิทธิที่เป็นหลักฐานการก่อตั้งสิทธิจำเลยอันเป็นฎีกาในข้อหาปลอมและใช้ เอกสารปลอมจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220เพราะคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกข้อหา ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมข้อหาอื่นให้ยกเสีย อีกทั้งการปรับบทว่าคดีต้องห้ามฎีกาหรือไม่ต้องพิจารณาในฐานความผิดเป็นกระทง

ๆ ไป เสมือนมิได้รวมแต่ละกระทงความผิดฟ้องมาในคดีเดียวกันโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2.1ของโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 204 แผ่นที่ 2,อันดับ 206)โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,180,177,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,268 ลงโทษตามมาตรา 264จำคุก 1 ปี (หนึ่งปี) ข้อหาอื่นคงให้ยกเสียจำเลยฎีกา (อันดับ 200 แผ่นที่ 2)

โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 201 แผ่นที่ 3)โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 203)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกข้อหาเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยแต่เฉพาะข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ข้อหาอื่น ๆ จึงเป็นคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ฎีกาโจทก์ข้อ 2.1 ซึ่งขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม แม้จะเป็น ปัญหาข้อกฎหมาย ก็ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่แก้ไขแล้ว ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อ 2.1 ของโจทก์จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1962/2543

โจทก์มีความประสงค์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของโจทก์ แม้คำขอท้ายคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์จะระบุขอให้ส่งไปยังศาลอุทธรณ์ด้วยเหตุผิดหลงใด ๆ ก็ตาม ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะส่งคำร้องฉบับนี้ไปให้ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58492)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6527/2534 ศาลชั้นต้น ยังไม่วินิจฉัยในฟ้อง คดีย่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57126)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์การ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57034)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57086)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้