Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57558)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาขอให้ศาลฎีการอการลงโทษจำคุกจำเลย เป็นการฎีกาดุลพินิจในการลงโทษของศาลซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุกจำเลย2 ปี ดังนั้นจำเลยจึงจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหาได้ไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากคดีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อีกทั้งการที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังคำให้การในชั้นสอบสวนของผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันมาลงโทษจำเลยโดยไม่มีประจักษ์พยานอื่นประกอบนั้น เป็นการรับฟังพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนปัญหาที่ว่าตามข้อเท็จจริงในฟ้องอันรับฟังเป็นยุติแล้วนั้นจะฟังได้หรือไม่ว่า จำเลยเป็นผู้กระทำความผิดก็เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 103)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(3)(7)(8) ให้ลงโทษจำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 91)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 94)คำสั่งศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(3)(7)(8) ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสามดังนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกการที่จำเลยฎีกาโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจของศาลว่า ควรรอการลงโทษให้จำเลยนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 900/2533พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมโจทก์นายชุมพร สืบอินทร์จำเลยนางสาวสุชาดา สมุทรคีรี ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาขอให้ศาลฎีการอการลงโทษจำคุกจำเลย เป็นการฎีกาดุลพินิจในการลงโทษของศาลซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุกจำเลย2 ปี ดังนั้นจำเลยจึงจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหาได้ไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากคดีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อีกทั้งการที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังคำให้การในชั้นสอบสวนของผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันมาลงโทษจำเลยโดยไม่มีประจักษ์พยานอื่นประกอบนั้น เป็นการรับฟังพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ส่วนปัญหาที่ว่าตามข้อเท็จจริงในฟ้องอันรับฟังเป็นยุติแล้วนั้นจะฟังได้หรือไม่ว่า จำเลยเป็นผู้กระทำความผิดก็เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 103)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(3)(7)(8) ให้ลงโทษจำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 91)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 94)คำสั่งศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(3)(7)(8) ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสามดังนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกการที่จำเลยฎีกาโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจของศาลว่า ควรรอการลงโทษให้จำเลยนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้