Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5757/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยให้รื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินแปลงพิพาท โจทก์ทำสัญญาประนอมยอมความกับจำเลยยอมรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินแปลงพิพาท ย่อมมีผลเท่ากับโจทก์ยอมรับว่าที่พิพาททั้งแปลงเป็นของจำเลย การที่โจทก์มายื่นฟ้องว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองที่ดินแปลงพิพาทบางส่วนมาก่อนจำเลยฟ้องขับไล่ โจทก์แล้วหาได้ไม่ เพราะมีประเด็นต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงพิพาทอีก ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีที่ดิน ๑ แปลง ได้ขอออก น.ส.๓ก. เลขที่ ๕๓๖ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๙ นายผุย พลัดทุกข์ สามีโจทก์ มีที่ดิน ๑ แปลง นายผุยได้ขอออกโฉนดเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๒๙๗ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๓ ซึ่งมีอาณาเขตรุกล้ำที่ดินโจทก์ด้านทิศเหนือ เนื้อที่ ๒ งาน ในปีเดียวกันนายผุยขายที่ดินแปลงนั้นให้จำเลย โจทก์ได้ครอบครองที่ดินส่วนที่รุกล้ำที่โจทก โดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกิน ๑๐ ปีแล้ว ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนที่รุกล้ำดังกล่าวห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง

จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินของนายผุยเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๓ หลังจากนั้นโจทก์และนายผุยได้ปลูกบ้านลงบนที่ดินแปลงดังกล่าวจนกระทั่งนายผุยถึงแก่กรรม ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๖ จำเลยได้ฟ้องขับไล่โจทก์ให้รื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินของจำเลย โจทก์ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจะรื้อถอนบ้านออกไป เมื่อโจทก์รื้อถอนบ้านออกไปแล้วก็มิได้เข้ามาเกี่ยวข้องอีก จนปี พ.ศ.๒๕๒๘ โจทก์และบริวารบุกรุกเข้าไปบ้าน ยังไม่ถึง ๑๐ ปี ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ ขอให้ยกฟ้อง วันนัดชี้สองสถานคู่ความรับกันว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๒๙๗ ของจำเลย และได้เคยฟ้องร้องกันมาแล้วเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ดังที่จำเลยให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว และพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีก่อนจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๒๙๗ เป็นของจำเลย ให้โจทก์คดีนี้รื้อถอนบ้านเลขที่ ๗๙๑ ออกไปและห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินอีก คดีถึงที่สุดโดยโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๒๙๗ แม้ในคดีก่อนจะไม่ปรากฏว่า ที่ดินพิพาทซึ่งปลูกบ้านเลขที่ ๗๙๑ มีเนื้อที่เท่าใด และมิได้มีการทำแผนที่ว่าอยู่ที่ใดในโฉนดเลขที่ ๒๒๙๗ ดังที่โจทก์ฎีกาก็ตาม แต่ก็เป็นที่เห็นได้ชัดว่าคู่ความต่างทราบดีว่า ที่ดินพิพาทมีเนื้อที่เท่าใดอยู่ที่ใด จึงได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันดังกล่าว ซึ่งมีผลเท่ากับว่า โจทก์ยอมรับว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๒๙๗ ทั้งแปลงเป็นของจำเลยนั่นเอง

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อปี ๒๕๑๓ ซึ่งเป็นเวลาก่อนโจทก์ถูกฟ้องในคดีก่อน นายผุยได้ออกโฉนดที่ดิน ๒๒๙๗ ดังกล่าวรุกล้ำที่ดินโจทก์ทางด้านทิศเหนือส่วนหนึ่ง เนื้อที่ประมาณ ๒ งาน โจทก์ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์แล้วขอให้พิพากษาว่าที่ดินส่วนนั้นเป็นของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า ที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในเขตโฉนดเลขที่ ๒๒๙๗ นั้น เป็นของโจทก์หรือจำเลย เป็นที่เห็นได้ชัดว่าโจทก์จำเลยพิพาทกับในคดีนี้เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินในโฉนดเลขที่ ๒๒๙๗ อีกซึ่งโจทก์จำเลยได้เคยพิพาทกันในประเด็นเดียวกันนี้มาแล้ว ทั้งโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ไว้ และศาลได้พิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดแล้วในคดีก่อนนั่นเอง ดังนั้น คดีนี้จึงเป็นคดีที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ต้องห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เคียง บุญเพิ่ม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิจิตร - นายชูเกียร ตันทวีวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้