Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57580)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเรื่องคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่จำเลยฟ้องและเบิกความโดยเชื่อด้วยความสุจริตว่าโจทก์เบิกความกล่าวหาจำเลยเข้าไปตัดไม้ในไร่ของนายดำ สระทองแพ จะเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จหรือไม่ และจะถือว่าการที่จำเลยได้นำข้อความที่ไม่รู้อยู่ก่อนแล้วว่าเป็นข้อความเท็จมาฟ้องโจทก์และเบิกความต่อศาลอีกทั้งโจทก์ก็มิได้นำสืบพิสูจน์ให้เห็นว่าจำเลยได้กระทำโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อความเท็จ การกระทำดังกล่าวจะเป็นการกระทำโดยเจตนาและฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175 และมาตรา 177 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกระทงลงโทษฐานฟ้องเท็จ จำคุก 1 ปี และเบิกความเท็จ จำคุก1 ปี รวมจำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกกระทงละ 6 เดือนรวม 2 กระทง จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 76)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 79)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย ไม่ได้แก้บทมาตราด้วย เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลยฎีกาว่าจำเลยฟ้องและเบิกความโดยเชื่อด้วยความสุจริตว่าโจทก์เบิกความกล่าวหาจำเลยเข้าไปตัดไม้ในไร่ของนายดำ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าสุจริตหรือไม่ ที่ฎีกาว่าการฟ้องเท็จและเบิกความเท็จจำเลยจะต้องรู้ก่อนแล้วว่าเป็นข้อความเท็จซึ่งโจทก์มิได้นำสืบในข้อนี้ ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยรู้ก่อนแล้วหรือไม่ และที่ฎีกาขอให้ศาลรอการลงโทษจำคุก ก็เป็นการฎีกาโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจของศาลเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยบางส่วนชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 922/2533นายย้อย สระทองทยอยโจทก์นายกิ่ม สระทองแยงจำเลยนายกิ่น สระทองแยง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเรื่องคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่จำเลยฟ้องและเบิกความโดยเชื่อด้วยความสุจริตว่าโจทก์เบิกความกล่าวหาจำเลยเข้าไปตัดไม้ในไร่ของนายดำ สระทองแพ จะเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จหรือไม่ และจะถือว่าการที่จำเลยได้นำข้อความที่ไม่รู้อยู่ก่อนแล้วว่าเป็นข้อความเท็จมาฟ้องโจทก์และเบิกความต่อศาลอีกทั้งโจทก์ก็มิได้นำสืบพิสูจน์ให้เห็นว่าจำเลยได้กระทำโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อความเท็จ

การกระทำดังกล่าวจะเป็นการกระทำโดยเจตนาและฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175 และมาตรา 177 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกระทงลงโทษฐานฟ้องเท็จ จำคุก 1 ปี และเบิกความเท็จ จำคุก1 ปี รวมจำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกกระทงละ 6 เดือนรวม 2 กระทง จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 76)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 79)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย

ไม่ได้แก้บทมาตราด้วย เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลยฎีกาว่าจำเลยฟ้องและเบิกความโดยเชื่อด้วยความสุจริตว่าโจทก์เบิกความกล่าวหาจำเลยเข้าไปตัดไม้ในไร่ของนายดำ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าสุจริตหรือไม่ ที่ฎีกาว่าการฟ้องเท็จและเบิกความเท็จจำเลยจะต้องรู้ก่อนแล้วว่าเป็นข้อความเท็จซึ่งโจทก์มิได้นำสืบในข้อนี้ ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยรู้ก่อนแล้วหรือไม่ และที่ฎีกาขอให้ศาลรอการลงโทษจำคุก ก็เป็นการฎีกาโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจของศาลเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยบางส่วนชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้