Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57620)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นการฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ข้อกฎหมายของจำเลยไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแก่คดีกล่าวคือในข้อ 2.1 ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่และเมื่อหนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ไม่ถูกต้องผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ส่วนฎีกาข้อ 2.2ปัญหาว่า พยานเอกสารของโจทก์หมาย จ.2 และหมาย จ.7 ที่ขัดแย้งกัน อีกทั้ง คำเบิกความของพยานโจทก์นายธงชัย สุวรรณพาหุ ซึ่งเป็นพยานบอกเล่านั้นศาลย่อมรับฟังเป็นพยานลงโทษจำเลยไม่ได้ โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 78) ระหว่างพิจารณา นายบุญยรักษ์ สวัสดิภาพ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 4,000บาทไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกเห็นสมควรรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ร่วมถึงแก่กรรมนายจุรินทร์ สวัสดิภาพบุตรชายของโจทก์ร่วม ขอเข้าดำเนินคดีแทน ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 71) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุกจำเลย 1 ปีปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอไว้มีกำหนด 2 ปี ห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่จำเลยฎีกาว่า พยานโจทก์ไม่มีผู้รู้ เห็นว่า จำเลยกระทำผิดเวลากลางคืน ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ไม่ได้นั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟัง พยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาจำเลยเกี่ยวกับอำนาจฟ้องนั้นเห็นว่า เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัยที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1016/2533พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายบุญยรักษ์ สวัสดิภาพโจทก์นายทัน สมรักษ์จำเลยนายทัน สมรักษ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 226ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นการฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ข้อกฎหมายของจำเลยไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแก่คดีกล่าวคือในข้อ 2.1 ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่และเมื่อหนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ไม่ถูกต้องผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ส่วนฎีกาข้อ 2.2ปัญหาว่า พยานเอกสารของโจทก์หมาย จ.2 และหมาย จ.7 ที่ขัดแย้งกัน อีกทั้ง คำเบิกความของพยานโจทก์นายธงชัย สุวรรณพาหุ ซึ่งเป็นพยานบอกเล่านั้นศาลย่อมรับฟังเป็นพยานลงโทษจำเลยไม่ได้

โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 78) ระหว่างพิจารณา นายบุญยรักษ์ สวัสดิภาพ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 4,000บาทไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกเห็นสมควรรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ร่วมถึงแก่กรรมนายจุรินทร์ สวัสดิภาพบุตรชายของโจทก์ร่วม ขอเข้าดำเนินคดีแทน ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 71) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุกจำเลย 1 ปีปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอไว้มีกำหนด 2 ปี ห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่จำเลยฎีกาว่า พยานโจทก์ไม่มีผู้รู้ เห็นว่า จำเลยกระทำผิดเวลากลางคืน ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ไม่ได้นั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟัง พยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาจำเลยเกี่ยวกับอำนาจฟ้องนั้นเห็นว่า เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัยที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล เปาอินทร์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2145/2538

เมื่อศาลลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา8ทวิวรรคสอง,72ทวิวรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดและเป็นกรรมเดียวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา371แล้วก็จะอาศัยประมวลกฎหมายอาญามาตรา371มาสั่งริบอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57700)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยไม่เกินสองปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คค้ำประกันและโต้แย้งดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานของศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2567

จำเลยที่ 1 โฆษณาภาพตัวอย่างเสื้อกีฬาที่มีลายการ์ตูนมังกี้ ดี. ลูฟี่ ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมไว้เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งผลิตเสื้อกีฬาที่มีลายการ์ตูนดังกล่าวได้ และเคยผลิตเสื้อกีฬาที่มีลายก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้