Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57638)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ข้อ 2 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์ปัญหาว่าคดีโจทก์มีมูลหรือไม่ โดยอ้างเอกสารในการวินิจฉัยผิดฉบับไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการวินิจฉัยคดีผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน ส่วนข้อ 3 ฎีกาว่าแม้โจทก์มิได้อ้างเอกสารประกอบข้ออ้างแต่จำเลยก็ได้ถามค้านโจทก์และได้อ้างเอกสารหมาย ล.1 ต่อศาลแล้วจึงเท่ากับเป็นเอกสารที่คู่ความยอมรับกันและเป็นเอกสารที่แสดงถึงระเบียบข้อบังคับโดยชัดแจ้งว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงโดยอธิการบดีเท่านั้นเป็นผู้กำหนดว่าอาจารย์ผู้ใดเป็นผู้สอนวิชาใด การที่ศาลอุทธรณ์ ฟังว่าโจทก์ไม่มีระเบียบดังกล่าวมาแสดง จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวนและในข้อ 4 ฎีกาว่าโจทก์ได้นำสืบแสดงให้ศาลเห็นแล้วว่า ที่ประชุมคณาจารย์ภาควิชาซึ่งจำเลยเข้าร่วมประชุมด้วยได้มีมติให้โจทก์ยุติการสอนทุกวิชามติดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งของจำเลยที่มิชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่ามติดังกล่าวมิใช่คำสั่งของจำเลย และจำเลยก็มิได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 24แผ่นที่ 2)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 25 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1035/2533นายอำนวย นารถศิลป์โจทก์นายมนตรี พิริยะกุลจำเลยนายอำนวย นารถศิลป์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ข้อ 2 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์ปัญหาว่าคดีโจทก์มีมูลหรือไม่ โดยอ้างเอกสารในการวินิจฉัยผิดฉบับไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการวินิจฉัยคดีผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน ส่วนข้อ 3 ฎีกาว่าแม้โจทก์มิได้อ้างเอกสารประกอบข้ออ้างแต่จำเลยก็ได้ถามค้านโจทก์และได้อ้างเอกสารหมาย ล.1 ต่อศาลแล้วจึงเท่ากับเป็นเอกสารที่คู่ความยอมรับกันและเป็นเอกสารที่แสดงถึงระเบียบข้อบังคับโดยชัดแจ้งว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงโดยอธิการบดีเท่านั้นเป็นผู้กำหนดว่าอาจารย์ผู้ใดเป็นผู้สอนวิชาใด

การที่ศาลอุทธรณ์ ฟังว่าโจทก์ไม่มีระเบียบดังกล่าวมาแสดง จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวนและในข้อ 4 ฎีกาว่าโจทก์ได้นำสืบแสดงให้ศาลเห็นแล้วว่า ที่ประชุมคณาจารย์ภาควิชาซึ่งจำเลยเข้าร่วมประชุมด้วยได้มีมติให้โจทก์ยุติการสอนทุกวิชามติดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งของจำเลยที่มิชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่ามติดังกล่าวมิใช่คำสั่งของจำเลย และจำเลยก็มิได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 24แผ่นที่ 2)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 25 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 649867)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8488/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ข้อห้ามมิให้ฎีกาเช่นว่านี้ ย่อมห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย เว้นแต่ผู้พิพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8261/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83 กับร่วมกันมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนและมีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้