Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57666)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่าจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงทั้งหมด ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีและพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาตและชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวนส่วนฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายนั้นจำเลยได้ฎีกาว่าการที่ศาลเอาคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมาลงโทษจำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฎีกาของจำเลยข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 70)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371,91 เรียงกระทงลงโทษ ข้อหามีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้หนึ่งในสามคงลงโทษจำคุก 1 ปี ริบของกลาง ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 67)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 70)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่าการที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีและพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาตและชอบด้วยกฎหมายเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวนก็ดี และที่จำเลยฎีกาว่าการที่ศาลเอาคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมาลงโทษจำเลยเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็ดี ล้วนแต่เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลในสำนวนทั้งสิ้น จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1061/2533พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์โจทก์นายนิคม บุญนิติรัตน์จำเลยนายนิคม บุญนิติรัตน์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่าจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงทั้งหมด ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีและพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาตและชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวนส่วนฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายนั้นจำเลยได้ฎีกาว่าการที่ศาลเอาคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมาลงโทษจำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฎีกาของจำเลยข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 70)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371,91 เรียงกระทงลงโทษ ข้อหามีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้หนึ่งในสามคงลงโทษจำคุก 1 ปี ริบของกลาง ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 67)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 70)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าการที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีและพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาตและชอบด้วยกฎหมายเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวนก็ดี และที่จำเลยฎีกาว่าการที่ศาลเอาคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมาลงโทษจำเลยเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็ดี ล้วนแต่เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลในสำนวนทั้งสิ้น จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้