Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57696)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเป็นว่า ฎีกาของจำเลยมิได้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายด้วยว่า เมื่อเปรียบเทียบเหตุแห่งความประมาททั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายผู้เสียหายแล้วฝ่ายจำเลยน่าจะเป็นฝ่ายถูก แม้จะถือว่าผิดทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายจำเลยควรผิดน้อยกว่า ดังนั้น ควรลงโทษจำเลยหรือไม่ หรือหากลงโทษ จะลงโทษสถาน หนักตามที่ศาลชั้นต้นวางโทษไว้ได้หรือไม่ แม้จำเลยให้การรับสารภาพควรได้รับโทษสถานเบาและได้รับการรอการลงโทษ อีกทั้งที่โจทก์บรรยายฟ้องข้อ 1 ข ว่า ผู้เสียหายทั้งสองต่างขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูงมิอาจหักหลบรถยนต์ของจำเลยได้ทันจึงเป็นความประมาทของผู้เสียหายเองด้วย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 64)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43,52,151,157,160 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก4 ปี ให้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ของจำเลยการกระทำของจำเลยเป็นความประมาทที่ร้ายแรง เพราะจำเลยขับขี่รถบรรทุกซึ่งเป็นรถใหญ่เข้ามาในเมืองซึ่งตามสภาพย่อมรู้อยู่แล้วว่าการจราจรคับคั่งสมควรที่จะใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่จำเลยเลี้ยวกลับรถโดยกระทันหันจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ จึงไม่สมควรรอการลงโทษให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 23)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยมีใจความว่าจำเลยสมควรได้รับความเห็นใจ ควรได้รับอภัยและควรได้รับโทษในสถานเบาเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ว่าสมควรเพียงไรจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1098/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสมชาย รัชตะนาวินจำเลยนายอำนาจ บำรุงธรรม ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเป็นว่า ฎีกาของจำเลยมิได้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายด้วยว่า เมื่อเปรียบเทียบเหตุแห่งความประมาททั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายผู้เสียหายแล้วฝ่ายจำเลยน่าจะเป็นฝ่ายถูก แม้จะถือว่าผิดทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายจำเลยควรผิดน้อยกว่า ดังนั้น ควรลงโทษจำเลยหรือไม่ หรือหากลงโทษ จะลงโทษสถาน หนักตามที่ศาลชั้นต้นวางโทษไว้ได้หรือไม่ แม้จำเลยให้การรับสารภาพควรได้รับโทษสถานเบาและได้รับการรอการลงโทษ อีกทั้งที่โจทก์บรรยายฟ้องข้อ 1 ข ว่า ผู้เสียหายทั้งสองต่างขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูงมิอาจหักหลบรถยนต์ของจำเลยได้ทันจึงเป็นความประมาทของผู้เสียหายเองด้วย

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 64)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43,52,151,157,160 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก4 ปี ให้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ของจำเลยการกระทำของจำเลยเป็นความประมาทที่ร้ายแรง เพราะจำเลยขับขี่รถบรรทุกซึ่งเป็นรถใหญ่เข้ามาในเมืองซึ่งตามสภาพย่อมรู้อยู่แล้วว่าการจราจรคับคั่งสมควรที่จะใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่จำเลยเลี้ยวกลับรถโดยกระทันหันจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ จึงไม่สมควรรอการลงโทษให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 23)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยมีใจความว่าจำเลยสมควรได้รับความเห็นใจ ควรได้รับอภัยและควรได้รับโทษในสถานเบาเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ว่าสมควรเพียงไรจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้