Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57772)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ขอให้รอการลงโทษนั้นเป็นฎีกาเกี่ยวแก่ดุลพินิจของศาล ต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง การที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ให้ปรากฏในศาลชั้นต้นก็เนื่องจากจำเลยได้กลับคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องเพราะได้มีการหลอกลวงชักจูงและศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกจำเลยโดยพิจารณาจากรายงานและความเห็นของพนักงานคุมประพฤติ ซึ่งรายงานและความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นนำมาประกอบการพิจารณาเท่านั้นหาใช่เป็นพยานหลักฐานที่จะนำมาพิจารณาลงโทษจำคุกจำเลยได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226และการที่โจทก์ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกระเบิดตามฟ้องยังใช้การระเบิดได้ สามารถสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ ทรัพย์สินเสียหายได้อย่างร้ายแรง จะฟังว่าเป็นระเบิดตามความหมายของพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 3 ไม่ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 51 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 55,78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32จำคุก 2 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 48 แผ่นที่ 7)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 49)คำสั่งคดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกระเบิดที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยยังอยู่ในสภาพใช้การระเบิดได้ และสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นเป็นการฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วในศาลชั้นต้นและโต้เถียงดุลพินิจของศาล เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1183/2533พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีโจทก์นายสิทธิชัย วงษ์วัฒนะจำเลยนายสิทธิชัย วงษ์วัฒนะ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ขอให้รอการลงโทษนั้นเป็นฎีกาเกี่ยวแก่ดุลพินิจของศาล ต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง การที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ให้ปรากฏในศาลชั้นต้นก็เนื่องจากจำเลยได้กลับคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องเพราะได้มีการหลอกลวงชักจูงและศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกจำเลยโดยพิจารณาจากรายงานและความเห็นของพนักงานคุมประพฤติ ซึ่งรายงานและความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นนำมาประกอบการพิจารณาเท่านั้นหาใช่เป็นพยานหลักฐานที่จะนำมาพิจารณาลงโทษจำคุกจำเลยได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226และการที่โจทก์ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกระเบิดตามฟ้องยังใช้การระเบิดได้

สามารถสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ ทรัพย์สินเสียหายได้อย่างร้ายแรง จะฟังว่าเป็นระเบิดตามความหมายของพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 3 ไม่ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 51 แผ่นที่ 2)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 55,78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32จำคุก 2 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 48 แผ่นที่ 7)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 49)คำสั่งคดีนี้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกระเบิดที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยยังอยู่ในสภาพใช้การระเบิดได้ และสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นเป็นการฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วในศาลชั้นต้นและโต้เถียงดุลพินิจของศาล เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้