Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57783)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกา จำเลยมิได้ยกขึ้นมากล่าวอ้างในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ คดีจำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 และ 225 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า การที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมย่อมเป็นข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะต้องพิจารณาเองว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าฟ้องมิชอบด้วยกฎหมายศาลย่อมพิพากษายกฟ้อง และข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายที่อ้างฐานความผิดว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานใดหรือไม่โจทก์บรรยายฟ้องและคำขอท้ายฟ้องมา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างอ้างบทบัญญัตินั้นขึ้นกำหนดโทษแก่จำเลยจึงถือได้ว่าได้ยกบทบัญญัติดังกล่าวอันเป็นฐานความผิดขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว ทั้งพระราชบัญญัติป่าไม้เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 4,6,7,48,73,74 จำคุก 2 ปี และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยไว้ภายในเวลาดังกล่าว ให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับ และไม่คุมประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 51)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ลดให้กึ่งหนึ่งแล้ว จำคุก 1 ปีและปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับ และไม่คุมประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นการแก้ไขมากและเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามจำเลยที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 12 จึงให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายใน 15 วัน นับแต่วันรับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1237/2533พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์นายวุฒิ บุญมียงค์จำเลยนายวุฒิ บุญมียงค์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 201, ม. 219ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกา จำเลยมิได้ยกขึ้นมากล่าวอ้างในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ คดีจำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 และ 225 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า การที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมย่อมเป็นข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะต้องพิจารณาเองว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าฟ้องมิชอบด้วยกฎหมายศาลย่อมพิพากษายกฟ้อง และข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายที่อ้างฐานความผิดว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานใดหรือไม่โจทก์บรรยายฟ้องและคำขอท้ายฟ้องมา

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างอ้างบทบัญญัตินั้นขึ้นกำหนดโทษแก่จำเลยจึงถือได้ว่าได้ยกบทบัญญัติดังกล่าวอันเป็นฐานความผิดขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว ทั้งพระราชบัญญัติป่าไม้เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 4,6,7,48,73,74 จำคุก 2 ปี และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยไว้ภายในเวลาดังกล่าว ให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับ และไม่คุมประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 51)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ลดให้กึ่งหนึ่งแล้ว จำคุก 1 ปีและปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับ และไม่คุมประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นการแก้ไขมากและเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามจำเลยที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 12 จึงให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายใน 15 วัน นับแต่วันรับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร เดชศิริ · เดชา สุวรรณโณ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2567

จำเลยเป็นผู้ที่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี ภูมิลำเนาของจำเลยในช่วงระยะเวลาที่จำเลยถูกจำคุกจึงเป็นเรือนจำกลางอุดรธานี มิใช่ที่อยู่ตามฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดและสำเนาอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 1 เดือน 15 วัน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 คนละ 1 เดือน 15 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 5 อีกสถานหนึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้