Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 578/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่1และที่2ร่วมกันหรือจำเลยที่1เชิดจำเลยที่2ออกแสดงเป็นตัวแทนจ้างจำเลยที่3ขับรถยนต์บรรทุกซึ่งมีป้ายชื่อ"โรงสีชัยเจริญ4"อันเป็นชื่อกิจการค้าโรงสีซึ่งจำเลยที่1และที่2มีผลประโยชน์ร่วมกันติดอยู่ที่หลังคาหน้ารถโดยเปิดเผยการที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องโดยเพิ่มข้อความว่าโรงสีชัยเจริญ4 เป็นโรงสีข้าวในกิจการของห้างหุ้นส่วนโรงสีไฟชัยเจริญซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดพิจิตรซึ่งจำเลยที่1และที่2เป็นหุ้นส่วนโดยจำเลยที่2เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเข้าไปนั้นข้อความที่ขอแก้ไขเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมทั้งโจทก์ขอแก้ไขก่อนวันสืบพยานเป็นกรณีที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา179และมาตรา180โจทก์จึงมีสิทธิแก้ไขคำฟ้องได้ ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องพิการและทนทุกข์ทรมานเป็นความเสียหายที่มิใช่ตัวเงินอย่างหนึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกร้องได้ตามมาตรา446 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่1เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุและจำเลยที่1กับห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญร่วมกันประกอบการขนส่งเพื่อหาผลประโยชน์ร่วมกันจำเลยที่3เป็นลูกจ้างและกระทำละเมิดในทางการที่จ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญ และจำเลยที่2เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดจึงต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1077(2)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-0972 พิจิตรโดยได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลจากนายทะเบียนขนส่งจังหวัดพิจิตรจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญ ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญโดยความยินยอมของจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ครอบครองรถคันดังกล่าวทำการขนส่งในกิจการโรงสีข้าวซึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 2 และห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญมีผลประโยชน์ร่วมกันจ้าง หรือจำเลยที่ 1 เชิดจำเลยที่ 2ออกแสดงเป็นตัวแทนจ้างจำเลยที่ 3 เป็นผู้ขับรถคันดังกล่าวซึ่งมีป้ายชื่อ "โรงสีชัยเจริญ 4" ติดที่หลังคารถโดยเปิดเผยโรงสีชัยเจริญ 4 เป็นโรงสีข้าวในกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมีจำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วน และจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกเลขทะเบียน80-0972 พิจิตร โดยยอมรับผิดใช้ค่าเสียหายในนามของจำเลยที่ 1ผู้เอาประกันภัย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2528 จำเลยที่ 3ขับรถยนต์บรรทุกเลขทะเบียน 80-0972 พิจิตร ซึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 2ร่วมกันครอบครองมีผลประโยชน์ร่วมกันในการใช้รถคันดังกล่าวทำการขนส่งส่วนบุคคลไปตามถนนวิภาวดีรังสิตจากกรุงเทพมหานครมุ่งไปทางจังหวัดพิจิตร อันเป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญเมื่อจำเลยที่ 3 ขับรถอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 28 ถึง 29ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จำเลยที่ 3 ขับรถด้วยความเร็วสูงโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังเมื่อใกล้จะถึงทางแยกก็ไม่ลดความเร็วลง และได้เปลี่ยนช่องเดินรถจากซ้ายสุดมาทางขวาขวางช่องเดินรถที่ นางสาวบุญช่วย ตระกูบรังสิ

ขับอยู่ในช่องเดินรถทางขวาชิดเกาะกลางถนนมุ่งหน้าไปทิศทางเดียวกันเป็นเหตุให้รถที่จำเลยที่ 3 ขับชนรถที่ นางสาวบุญช่วยขับเสียหายทั้งคัน และนางสาวบุญช่วยได้รับบาดเจ็บ โจทก์นั่งคู่กับนางสาวบุญช่วยได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส โจทก์เสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน 100,000 บาท เสียค่าพาหนะไปโรงพยาบาลและค่าจ้างสำหรับผู้ดูแลโจทก์ระหว่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เป็นเงิน2,000 บาทเสียค่าซื้อรถเข็นและไม้ค้ำยันเป็นเงิน 8,000 บาท แขนซ้ายและขาซ้ายใช้การไม่ได้ตามปกติ ทำให้โจทก์กลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิตได้รับความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ โจทก์คิดค่าเสียหายส่วนนี้เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์มีอาชีพค้าขาย มีร้านค้า 2 แห่ง ต้องเสียรายได้ไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือนคิดเป็นเงิน 30,000 บาท

รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้นเป็นเงิน 240,000 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 17,500 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 257,500 บาท จำเลยที่ 1และที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 4 ต้องร่วมรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 257,500 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การ และจำเลยที่ 1 ที่ 2แก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เชิดจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนจ้างจำเลยที่ 3 เป็นคนขับรถยนต์บรรทุกเลขทะเบียน 80-0972 พิจิตรเพื่อกิจการค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีชัยเจริญ จำเลยที่ 3ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และไม่ได้กระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 3 เป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีชัยเจริญ โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือหุ้น และจำเลยที่ 2เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

รถคันดังกล่าวจำเลยที่ 1 นำไปลงทุนเข้าหุ้นเมื่อจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถให้แล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญได้นำป้ายชื่อ "โรงสีชัยเจริญ 4" ติดไว้ที่รถเพื่อให้บุคคลทั่วไปทราบว่าเป็นรถเพื่อใช้ในกิจการค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญ จำเลยที่ 3 เป็นผู้ขับรถคันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของห้างหุ้นส่วนดังกล่าวซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้กระทำการแทนห้างหุ้นส่วนดังกล่าวเท่านั้นไม่ใช่นายจ้างจำเลยที่ 3 เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถจากจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ หากจะต้องรับผิดก็รับผิดแทนจำเลยที่ 1 เท่านั้น เหตุที่รถชนกันเป็นเพราะความประมาทของนางสาวบุญช่วย

ไม่ใช่เพราะความประมาทของจำเลยที่ 3หากจะฟังว่าเป็นความผิดหรือประมาทของจำเลยที่ 3 นางสาวบุญช่วยก็มีส่วนประมาทจึงต้องร่วมรับผิดด้วย ค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์เรียกร้องไม่ควรเดิน 50,000 บาท เพราะโจทก์ไม่ได้บาดเจ็บมากมายค่าพาหนะและค่าจ้างผู้ดูแลระหว่างที่โจทก์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นั้นโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่ารถเข็นและไม้ค้ำยันราคาไม่เกิน2,000 บาท ค่าทุพพลภาพและค่าทุกข์ทรมานโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเพราะโจทก์ไม่ได้ทุพพลภาพ ค่าขาดประโยชน์จะมีอยู่จริงหรือไม่ไม่ทราบ รวมค่าเสียหายโจทก์ไม่ควรเกิน 52,000 บาทสำหรับจำเลยที่ 4 หากจะรับผิดก็ไม่เกิน 50,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 220,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 กันยายน 2528 จนกว่าได้ชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดในจำนวนเงินดังกล่าวเพียง 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า คำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์มิใช่เป็นการเพิ่มเติมฟ้องให้บริบูรณ์และไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมนั้น เห็นว่า เดิมโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1และที่ 2 ร่วมกัน หรือจำเลยที่ 1 เชิดจำเลยที่ 2 ออกแสดงเป็นตัวแทนจ้างจำเลยที่ 3 ขับรถยนต์บรรทุกเลขทะเบียน 80-0972 พิจิตรซึ่งมีป้ายชื่อ "โรงสีชัยเจริญ 4" อันเป็นชื่อกิจการค้าโรงสีซึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีผลประโยชน์ร่วมกันติดอยู่ที่หลังคาหน้ารถโดยเปิดเผยการที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องโดยเพิ่มข้อความว่าโรงสีชัยเจริญ 4 เป็นโรงสีข้าวในกิจการของห้างหุ้นส่วนโรงสีไฟชัยเจริญซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดพิจิตร ซึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นหุ้นส่วน โดยจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

เข้าไปนั้น ข้อความที่ขอแก้ไขจึงเกี่ยวกับฟ้องเดิมทั้งโจทก์ขอแก้ไขก่อนวันสืบพยาน จึงเป็นกรณีที่โจทก์ได้แก้ไขคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 179 และมาตรา 180 แล้วจึงมีสิทธิแก้ไขคำฟ้องได้ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า ค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้แก่โจทก์สูงเกินความเป็นจริงนั้น เห็นว่า โจทก์ได้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลจริง ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์100,000 บาทเหมาะสมแล้ว สำหรับค่าพาหนะและค่าจ้างคนดูแลโจทก์ระหว่างที่ช่วยตัวเองไม่ได้จำนวน 2,000 บาท และค่ารถเข็นและไม้ค้ำยันจำนวน 8,000 บาทรวมเป็นเงิน 10,000 บาท นั้นเชื่อว่า ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นและโจทก์ได้จ่ายไปจริงที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้เท่าที่โจทก์ขอมานั้นเหมาะสมแล้วส่วนค่าเสียหายที่โจทก์ต้องพิการและทุนทุกข์ทรมานนั้นเป็นความเสียหายที่มิใช่ตัวเงินอย่างหนึ่ง

โจทก์มีสิทธิเรียกร้องได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 เมื่อพิเคราะห์ตามพฤติการณ์แห่งคดีและการเจ็บป่วยของโจทก์แล้วเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้เป็นเงิน 80,000 บาท เหมาะสมแล้วส่วนค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้จำนวน 30,000 บาท นั้นศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้เป็นเงิน 30,000 บาท เหมาะสมแล้วเช่นกัน รวมเป็นเงินค่าเสียหายทั้งสิ้น 220,000 บาท ค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ได้รับตามศาลอุทธรณ์กำหนดให้นั้นชอบแล้วประการสุดท้ายที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1และที่ 2 ไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 3 เพราะจำเลยที่ 3ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้น เห็นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 และห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญร่วมกันประกอบการขนส่งเพื่อหาผลประโยชน์ร่วมกัน

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 เป็นลูกจ้างและกระทำละเมิดในทางการที่จ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญ จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 3 ด้วย สำหรับจำเลยที่ 2 นั้นเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีไฟชัยเจริญ และเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1077(2) จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 3 ด้วยเช่นกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระจิต ไชยาคำ · นิเวศน์ คำผอง · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้