Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57811)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า รับอุทธรณ์ข้อ 3ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งจำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งไว้ อุทธรณ์ข้อ 2.2 ศาลมิได้วินิจฉัยว่าเอกสารจ.ล.1 เป็นนิติกรรมตามกฎหมายหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์นอกประเด็นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 มาตรา 225ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 และข้อ 2.2 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 35)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 24,420 บาทแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 22)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 27)คำสั่งคดีนี้ในวันนัดพิจารณานัดแรก ศาลแรงงานกลางบันทึกรายงานกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันว่า โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยติดต่อกันมาเกิน 3 ปีจำเลยได้มีคำสั่งลงวันที่ 5 ตุลาคม 2532 ให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากเกษียณอายุ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2532 จำเลยอุทธรณ์เป็นข้อที่ 2.1 ว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาข้างต้นนั้น เป็นการสรุปเอาเองโดยมิได้มีพยานหลักฐานใด ๆ ที่จะสรุปได้อย่างนั้น ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 45 ศาลฎีกาเห็นว่าข้ออุทธรณ์ดังกล่าว เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกัน ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.2 ที่ว่า คำสั่งของจำเลยตามเอกสารหมายจ.ล.1 ไม่ใช่นิติกรรม แต่เป็นเพียงเอกสารที่แจ้งให้ผู้เกษียณอายุทราบ ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงสถานะภาพของลูกจ้างนั้นเห็นว่าตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง มิได้วินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวไว้แต่อย่างใด จึงเป็นการอุทธรณ์นอกเหนือคำพิพากษาและเป็นข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคแรก ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2523 มาตรา 71 ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1266/2533นายสุกิจ รุ่งเรืองโจทก์องค์การเหมืองแร่ในทะเลจำเลยองค์การเหมืองแร่ในทะเล จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า รับอุทธรณ์ข้อ 3ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งจำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งไว้ อุทธรณ์ข้อ 2.2 ศาลมิได้วินิจฉัยว่าเอกสารจ.ล.1 เป็นนิติกรรมตามกฎหมายหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์นอกประเด็นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 มาตรา 225ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 และข้อ 2.2 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 35)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 24,420 บาทแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 22)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 27)คำสั่งคดีนี้ในวันนัดพิจารณานัดแรก ศาลแรงงานกลางบันทึกรายงานกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันว่า โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยติดต่อกันมาเกิน 3 ปีจำเลยได้มีคำสั่งลงวันที่ 5 ตุลาคม 2532 ให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากเกษียณอายุ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2532

จำเลยอุทธรณ์เป็นข้อที่ 2.1 ว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาข้างต้นนั้น เป็นการสรุปเอาเองโดยมิได้มีพยานหลักฐานใด ๆ ที่จะสรุปได้อย่างนั้น ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 45

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้ออุทธรณ์ดังกล่าว เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกัน ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.2 ที่ว่า คำสั่งของจำเลยตามเอกสารหมายจ.ล.1 ไม่ใช่นิติกรรม แต่เป็นเพียงเอกสารที่แจ้งให้ผู้เกษียณอายุทราบ ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงสถานะภาพของลูกจ้างนั้นเห็นว่าตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง มิได้วินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวไว้แต่อย่างใด จึงเป็นการอุทธรณ์นอกเหนือคำพิพากษาและเป็นข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคแรก ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2523 มาตรา 71 ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร เดชศิริ · เคียง บุญเพิ่ม · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้