Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ยืนตามศาลชั้นต้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้น แม้จะเป็นข้อเท็จจริงแต่ละอย่างทั้งสองศาลก็ตาม โจทก์ก็ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 219

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านได้เรียกและรับเงินจากโจทก์ ๕๐๐ บาท รับจะพาไปเอาหลักฐานจากนางนิ่มเพื่อต่อสู้ข้อกล่าวหาซึ่งนางนิ่มแจ้งต่อจำเลยว่าโจทก์ยักยอกผ้า จำเลยเจตนาทุจริตหลอกลวง โจทก์ว่าจำเลยมีอำนาจหน้าที่ที่จะทำได้จำเลยรับเงินไปแล้วกลับพานางนิ่มไปรับฟืมซึ่งจำเลยมอบให้โจทก์เพื่อเป็นหลักฐานคืนแก่นางนิ่ม ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๓๗,๑๓๘,๑๔๕,๓๐๔,๗๐ ศาลไต่สวนสั่งว่าคดีมีมูลฉะเพาะฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต ตามมาตรา ๑๓๗,๑๓๘,๑๔๕ จำเลยปฏิเสธ และตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดชัยภูมิวินิจฉัยว่า แม้จะถือว่าการที่จำเลยเรียกเงินจากโจทก์นั้นเป็นความผิดก็ตาม แต่ตามข้อเท็จจริงแห่งคดีก็ต้องปรับเข้าตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๓๘ ไม่ใช่ ๑๓๗ ซึ่งโจทก์ไม่มีสิทธิจะฟ้องขอให้ลงโทษผู้รับสินบลในฐานะเป็นผู้เสียหายได้ และการที่จำเลยไปเอาฟืนของนางนิ่มที่โจทก์เก็บไว้คืนนางนิ่มนั้น ก็หามีความผิดตามมาตรา ๑๔๕ ไม่ เพราะนางนิ่มไม่เอาเรื่องกับโจทก์แล้ว จำเลยจึงไม่มีอำนาจหน้าที่จะไปดำเนินคดี

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยไม่ได้เรียกร้องเอาเงิน ๕๐๐ บาทจากโจทก์ จำเลยไม่ผิดตามฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน โจทก์ฎีกาคัดค้านข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ว่า "รูปเรื่องไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๙ เพราะที่ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องของโจทก์นั้น ไม่ได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงอย่างเดียวกัน ๆ " ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดในข้อเท็จจริงว่า โจทก์นำสืบได้ความไม่สมฟ้องและศาลอุทธรณ์ชี้ขาดว่าข้อนำสืบของโจทก์ฟังไม่ได้นั้นเป็นการยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงแต่ละอย่างทั้งสองศาลเมื่อโจทก์มิได้ฎีกาในข้อกฎหมาย ฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญามาตรา ๒๑๙ ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทปัญญา · นนทประชา · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลล่าง
ศาลชัยภูมิ - นายจรัส สาระนาค
ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ส.วงษ์ศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 1 เดือน 15 วัน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนเช่นกัน จึงต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 1 เดือน 15 วัน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 คนละ 1 เดือน 15 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 5 อีกสถานหนึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้