Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2557 (เลขอ้างอิง 579663)

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ช่วงเวลาที่ศูนย์เครื่องจักรที่โจทก์ทั้งหกซึ่งเป็นลูกจ้างทำงานรวมทั้งบ้านพักอาศัยและบริเวณรอบบ้านพักอาศัยของโจทก์ทั้งหกถูกน้ำท่วมสูงและขังนั้น จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างไม่ได้ประกาศหยุดงาน จำเลยจัดหาที่พักชั่วคราวให้ลูกจ้างที่บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมที่ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ หมู่บ้านสรานนท์ปากเกร็ด และโครงการรถไฟฟ้าสีน้ำเงินวัดกำแพง จังหวัดนนทบุรี และมีศูนย์บัญชาการสั่งงานและให้ลูกจ้างมารวมตัวที่หมู่บ้านสรานนท์ปากเกร็ด แม้โจทก์ทั้งหกไม่ได้เข้าพักอาศัยในที่พักอาศัยชั่วคราวที่จำเลยจัดให้ โจทก์ทั้งหกก็ยังมีหน้าที่ต้องไปทำงานหรือรวมตัวกันตามคำสั่งของจำเลย การที่โจทก์ทั้งหกไม่เดินทางไปทำงานโดยไม่แจ้งสาเหตุให้จำเลยทราบเป็นเวลา 3 วันทำงาน ติดต่อกัน แสดงว่าโจทก์ทั้งหกคำนึงถึงความจำเป็นของตนเป็นประการสำคัญโดยไม่สนใจงานที่ต้องทำให้จำเลยหรือความเดือดร้อนของจำเลยที่มีสาเหตุจากน้ำท่วมใหญ่เช่นเดียวกัน เป็นกรณีโจทก์ทั้งหกละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งหกได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (5)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งหกสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6

โจทก์ทั้งหกฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย 108,000 บาท และค่าจ้างค้างจ่าย 6,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 23,400 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 จ่ายค่าชดเชย 72,000 บาท และค่าจ้างค้างจ่าย 4,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 15,600 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 จ่ายค่าชดเชย 112,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 18,199 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 50,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 3 จ่ายค่าชดเชย 34,500 บาท และค่าจ้างค้างจ่าย 3,833 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 14,949 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 4 จ่ายค่าชดเชย 51,600 บาท ค่าจ้างค้างจ่าย 2,866 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 11,179 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 5 และจ่ายค่าชดเชย 69,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 14,949 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 34,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 6

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 90,000 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 54,000 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 84,000 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 25,500 บาท โจทก์ที่ 5 จำนวน 48,000 บาท และโจทก์ที่ 6 จำนวน 51,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งหก คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้แทนกิจการร่วมค้ายูนิค - ซุนโว โดยร่วมประกอบกิจการค้ากับบริษัทซุนโว คอนสตรัคชั่น แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ร่วมกันรับจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน) โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างของจำเลย สังกัดศูนย์เครื่องจักร ตั้งอยู่ที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ตำแหน่งสุดท้ายเป็นพนักงานขับรถเกรดเดอร์ พนักงานขับรถเฮี๊ยบ พนักงานขับรถโมบายเครน พนักงานขับรถบรรทุกน้ำมัน พนักงานขับรถรับส่งคนงาน และพนักงานขับรถบรรทุกสิบล้อหางปลา ตามลำดับ ในช่วงระหว่างวันที่ 16 ตุลาคม 2554 ถึงต้นเดือนมกราคม 2555 ศูนย์เครื่องจักรถูกน้ำท่วม

จำเลยไม่ได้ประกาศหยุดงาน แต่ได้จัดหาที่พักให้พนักงานที่บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมไว้ 3 แห่ง คือ ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ หมู่บ้านสรานนท์ปากเกร็ด และโครงการรถไฟฟ้าสีน้ำเงินวัดกำแพง จังหวัดนนทบุรี โดยมีศูนย์บัญชาการเพื่อสั่งงานและให้ลูกจ้างมารวมตัวกันที่หมู่บ้านสรานนท์ โจทก์ที่ 1 ละทิ้งการงานตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 9 พฤศจิกายน 2554 โจทก์ที่ 2 ละทิ้งการงานตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 31 ตุลาคม 2554 โจทก์ที่ 3 ละทิ้งการงานตั้งแต่วันที่ 18 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2554 โจทก์ที่ 4 ละทิ้งการงานตั้งแต่วันที่ 18 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2554 โจทก์ที่ 5 ละทิ้งการงานตั้งแต่วันที่ 18 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2554 โจทก์ที่ 6 ละทิ้งการงานตั้งแต่วันที่ 22 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2554 โดยไม่แจ้งสาเหตุให้จำเลยทราบ ในช่วงระยะเวลาที่โจทก์ทั้งหกขาดงานเป็นช่วงที่ศูนย์เครื่องจักรหรือหน่วยก่อสร้างที่โจทก์ทั้งหกทำงาน ที่พักและบริเวณรอบที่พักอาศัยของโจทก์ทั้งหกถูกน้ำท่วมสูงและขังเป็นเวลานาน แล้ววินิจฉัยว่า

แม้จำเลยจัดที่พักให้แก่พนักงานที่บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมซึ่งรวมถึงโจทก์ทั้งหกด้วย แต่โจทก์ทั้งหกไม่สมัครใจไปอยู่ที่พักที่จำเลยจัดให้เพราะโจทก์ทั้งหกเป็นห่วงทรัพย์สินของตนเอง และสภาพที่พักที่จัดให้นั้นก็ไม่ได้สะดวกสบายไปกว่าที่พักอาศัยของโจทก์ทั้งหก ระยะทางระหว่างที่พักของโจทก์ทั้งหกกับที่ตั้งของสถานที่ทำงานหรือหน่วยก่อสร้างที่โจทก์ทั้งหกประจำอยู่มีระยะทางห่างกันมาก การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบากและต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติ การที่โจทก์ทั้งหกไม่ได้ไปทำงานตามปกติถือได้ว่ามีเหตุจำเป็นและมีเหตุอันสมควร มิใช่การละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่โดยไม่มีเหตุอันสมควรประกอบกับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยข้อ 6 กำหนดว่าลูกจ้างที่กระทำความผิดร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกโดยไม่ได้รับค่าชดเชยนั้น

จะต้องถูกสอบสวนข้อเท็จจริงโดยผู้จัดการฝ่ายบุคคลและหรือผู้จัดการฝ่ายลูกจ้างผู้นั้น แล้วกรรมการผู้จัดการหรือผู้รับมอบอำนาจจะเป็นผู้ตัดสินใจเลิกจ้าง เมื่อก่อนที่จำเลยจะมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ทั้งหกนั้นจำเลยยังไม่ได้ทำการสอบสวนถึงสาเหตุที่โจทก์ทั้งหกไม่ไปทำงาน ดังนั้นเมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งหกโดยไม่จ่ายค่าชดเชยจึงต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งหก แต่การที่โจทก์ทั้งหกไม่แจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่ไปทำงานให้จำเลยทราบ ถือเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันควรและเพียงพอ ไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทั้งเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลย

จำเลยจ่ายค่าจ้างประจำวันที่ 20 ถึง 31 ตุลาคม 2554 ให้แก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ครบแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า โจทก์ทั้งหกละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเป็นผู้แทนกิจการร่วมค้ายูนิค - ซุนโว ร่วมกันรับจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน) โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างของจำเลยตำแหน่งพนักงานขับรถเกรดเดอร์ พนักงานขับรถเฮี๊ยบ พนักงานขับรถโมบายเครน พนักงานขับรถบรรทุกน้ำมัน พนักงานขับรถรับส่งคนงาน และพนักงานขับรถบรรทุกสิบล้อหางปลา ตามลำดับ สังกัดศูนย์เครื่องจักร ตั้งอยู่ที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ในช่วงระหว่างวันที่ 16 ตุลาคม 2554 ถึงต้นเดือนมกราคม 2555 เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในบริเวณจังหวัดปทุมธานีและพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพมหานคร

ศูนย์เครื่องจักรของจำเลยที่โจทก์ทั้งหกทำงานถูกน้ำท่วม แต่จำเลยไม่ได้ประกาศหยุดงาน โดยจำเลยจัดหาที่พักอาศัยเป็นการชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ให้แก่พนักงานที่บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมไว้ถึง 3 แห่ง คือ ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ หมู่บ้านสรานนท์ปากเกร็ด และโครงการรถไฟฟ้าสีน้ำเงินวัดกำแพง จังหวัดนนทบุรี โดยมีศูนย์บัญชาการเพื่อสั่งงานและให้พนักงานมารวมตัวกันที่หมู่บ้านสรานนท์ การที่โจทก์ทั้งหกเห็นว่าที่พักกับสถานที่ทำงานอยู่ห่างกันมากทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความลำบากและต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้นกว่าปกติและโจทก์ทั้งหกไม่ไปพักอาศัย ณ ที่พักอาศัยชั่วคราวที่จำเลยจัดให้

โจทก์ทั้งหกก็ยังต้องมีหน้าที่ไปทำงานหรือรวมตัวกันตามคำสั่งของจำเลย หากโจทก์ทั้งหกมีความจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ โจทก์ทั้งหกก็ต้องแจ้งให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างทราบ มิใช่หยุดงานไปโดยพลการ แต่โจทก์ทั้งหกกลับไม่ไปทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน 6 วัน 16 วัน 16 วัน 16 วัน 14 วัน และ 10 วัน ตามลำดับ โดยไม่แจ้งสาเหตุให้จำเลยทราบแต่อย่างใด เช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ที่คำนึงถึงความจำเป็นของตัวเองเป็นประการสำคัญ โดยไม่สนใจงานที่ต้องทำให้นายจ้างหรือความเดือนร้อนของนายจ้างอันมีสาเหตุมาจากน้ำท่วมใหญ่เช่นเดียวกัน กรณีย่อมถือได้ว่าโจทก์ทั้งหกละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร

จำเลยจึงเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งหกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (5) ที่ศาลแรงงานงานกลางวินิจฉัยว่า เหตุที่โจทก์ทั้งหกละทิ้งหน้าที่พอถือได้ว่าเป็นเหตุจำเป็นและมีเหตุอันสมควรและให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งหกนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งหก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร ทรงฤกษ์ · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ภาติยะ ดวงมณี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นางวารุณี ลีละวัฒนพันธ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร 36-40/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ73/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ4039/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้