Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5797/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จดหมายที่จำเลยทั้งห้าทำขึ้นฉบับแรกเป็นจดหมายที่เขียนถึง ส. โดยเฉพาะเจาะจงไม่ประสงค์จะให้บุคคลอื่นล่วงรู้ และไม่มีข้อความพาดพิงถึงผู้เสียหายว่าร่วมกับ ส. ขโมยเศษทองแดงสายไฟฟ้าชำรุดของห้างฯ ไปขาย ไม่อาจถือว่าจำเลยทั้งห้าใส่ความผู้เสียหายต่อบุคคลที่สาม ข้อความในจดหมายฉบับแรกนี้จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่จดหมายฉบับหลังที่จำเลยทั้งห้าเขียนถึง ว. ล. และ บ. แจ้งให้ทราบว่า ส. ขโมยเศษทองแดงสายไฟฟ้าชำรุดของห้าง ฟ. ไปขายให้แก่ผู้อื่นโดยผู้เสียหายมีส่วนรู้เห็นร่วมด้วย อันเป็นการกล่าวหา ส. กับผู้เสียหายเช่นเดียวกับถ้อยคำในเทปบันทึกเสียงที่ยืนยันว่า ผู้เสียหายร่วมกับ ส. ขโมยเศษทองแดงสายไฟฟ้าชำรุดของห้าง ฟ. ไปขายให้แก่ผู้อื่น ซึ่งข้อความในจดหมายฉบับหลังและเทปบันทึกเสียงฝ่าฝืนต่อความจริง ย่อมเป็นการใส่ความบุคคลทั้งสอง ทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง แม้จำเลยทั้งห้าจะส่งจดหมายและเทปดังกล่าวไปให้ ส. ซึ่งถูกใส่ความด้วย แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้เสียหายก็ต้องถือว่า ส. เป็นบุคคลที่สาม จำเลยทั้งห้าจึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 326ริบจดหมายและเทปบันทึกเสียงของกลางจำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 83 ปรับคนละ 5,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบจดหมายกับเทปบันทึกเสียงของกลางด้วยและทำลายเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งห้าฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า นายวีระ วนาฤทธิกุล ผู้เสียหายเป็นบุตรนางเสาวลักษณ์ วนาฤทธิกุล ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดสายไฟไทยอุตสาหกรรม ร่วมกับนายวิสันต์หรือเกี๊ยก

โกวิทสิทธินันท์ นายเลี้ยงหรือหก แซ่ลี้หรือลีลาธุวานนท์ และนายบุญชัยหรือบุ้ง ลีลารัศมีพาณิชย์ ประกอบกิจการผลิตสายไฟฟ้าขณะเกิดเหตุผู้เสียหายซึ่งเป็นหุ้นส่วนและทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลอยู่ในโรงงานผลิตสายไฟฟ้าของห้างดังกล่าวซึ่งจำเลยทั้งห้าเป็นพนักงาน เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2540 จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันจัดทำจดหมาย 2 ฉบับ และเทปบันทึกเสียงถ้อยคำพูดส่งไปยังนางเสาวลักษณ์ มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งห้าว่า ข้อความตามจดหมายและเทปบันทึกเสียงดังกล่าวหมิ่นประมาทผู้เสียหายหรือไม่ และการที่จำเลยทั้งห้าส่งจดหมายดังกล่าวไปยังนางเสาวลักษณ์เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า จดหมายที่จำเลยทั้งห้าทำขึ้นและส่งไปยังนางเสาวลักษณ์มีอยู่ด้วยกัน2 ฉบับ

แยกต่างหากจากกัน ฉบับแรกเป็นจดหมายที่จำเลยทั้งห้าเขียนถึงนางเสาวลักษณ์โดยเฉพาะเจาะจงไม่ประสงค์จะให้บุคคลอื่นล่วงรู้และไม่มีข้อความพาดพิงถึงผู้เสียหายว่าร่วมกับนางเสาวลักษณ์ขโมยเศษทองแดงสายไฟฟ้าชำรุดของห้างหุ้นส่วนจำกัดสายไฟไทยอุตสาหกรรมไปขาย ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยทั้งห้าใส่ความผู้เสียหายต่อบุคคลที่สาม ข้อความในจดหมายฉบับแรกจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่จดหมายฉบับหลังก็ระบุว่าเป็นจดหมายที่จำเลยทั้งห้าเขียนถึงนายวิสันต์หรือเกี๊ยก นายเลี้ยงหรือหกและนายบุญชัยหรือบุ้งซึ่งเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดสายไฟไทยอุตสาหกรรมแจ้งให้ทราบว่านางเสาวลักษณ์ได้ขโมยเศษทองแดงสายไฟฟ้าชำรุดของห้างดังกล่าวไปขายให้แก่นายประสานโดยผู้เสียหายมีส่วนรู้เห็นร่วมด้วย

อันเป็นการกล่าวหานางเสาวลักษณ์และผู้เสียหายเช่นเดียวกับถ้อยคำในเทปบันทึกเสียงตามที่ปรากฏในบันทึกถอดคำจากเทปบันทึกเสียง ซึ่งยืนยันว่าผู้เสียหายร่วมกับนางเสาวลักษณ์ขโมยเศษทองแดงสายไฟฟ้าชำรุดของห้างหุ้นส่วนจำกัดสายไฟไทยอุตสาหกรรม ไปขายให้แก่นายประสาน ข้อความในจดหมายฉบับหลังและเทปบันทึกเสียงกล่าวหาว่านางเสาวลักษณ์และผู้เสียหายร่วมกันขโมยทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดสายไฟไทยอุตสาหกรรม โดยฝ่าฝืนต่อความเป็นจริงย่อมเป็นการใส่ความบุคคลทั้งสอง ทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง แม้จำเลยทั้งห้าจะส่งจดหมายและเทปบันทึกเสียงดังกล่าวไปให้นางเสาวลักษณ์ซึ่งถูกใส่ความด้วย ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้เสียหายก็ต้องถือว่านางเสาวลักษณ์เป็นบุคคลที่สาม จำเลยทั้งห้าจึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งห้าฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัส พวงมณี · ประสพสุข บุญเดช · สมชาย พงษธา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2567

ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตาม ป.อ. มาตรา 137 เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานอันเป็นบททั่วไป ส่วนความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่... ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2567

ข้อความที่จำเลยพิมพ์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโจทก์เป็นปลัดกระทรวง อ. ซึ่งก่อนหน้านั้นโจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการนำรถยนต์ราชการไปใช้ในกิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3870/2562

โจทก์ทราบว่า จำเลยทั้งห้าร้องเรียนโจทก์ว่าทุจริตต่อหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ประกอบกับได้ความจากคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่า เคยเรียกโจทก์และจำเลยทั้งห้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ยในปี 2557 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1861/2561

ป.อ. มาตรา 329 เป็นบทบัญญัติยกเว้นการกระทำที่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เพื่อมิให้ผู้แสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตต้องตกเป็นผู้กระทำผิด ทั้งนี้เพื่อให้การวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเป็นสิ่งที่กระทำได้ใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้