Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2557 (เลขอ้างอิง 579993)

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างบังคับให้ลูกจ้างรวมถึงโจทก์ทั้งสองต้องเป็นสมาชิกกองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซีย โดยสมาชิกส่งเงินสมทบอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือนสมาชิก และจำเลยส่งเงินสมทบอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนสมาชิก ต่อมาจำเลยจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้ว พนักงานส่วนใหญ่ของจำเลยโอนมาเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้ว แต่โจทก์ทั้งสองไม่โอนไป เมื่อจำเลยไม่ได้บอกเลิกการส่งเงินสมทบตามกฎข้อบังคับของกองทุน กองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเชียจึงคงดำเนินการอยู่ มิได้ยุบกองทุนไป จำเลยต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของกองทุนซึ่งรวมถึงการส่งเงินสมทบในอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนสมาชิก ต่อไป การที่จำเลยเปลี่ยนแปลงอัตราการส่งเงินสมทบจากอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนสมาชิก เป็นอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือนสมาชิก อันเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างซึ่งไม่เป็นคุณแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยจึงต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งสองก่อน เมื่อไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งสอง จำเลยจึงเปลี่ยนแปลงการส่งเงินสมทบลดลงเป็นอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือนสมาชิก ไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยเรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 และเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่า จำเลย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเดิม โดยส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียในอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนโจทก์ทั้งสอง

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและปรากฏข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันว่า โจทก์ที่ 1 เข้าทำงานกับจำเลยตั้งแต่ พ.ศ.2516 ตำแหน่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าช่างเขียน อัตราเงินเดือน 35,941 บาท โจทก์ที่ 2 เข้าทำงานกับจำเลยตั้งแต่ พ.ศ.2520 ปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่ายโสตทัศนศึกษา อัตราเงินเดือน 35,940 บาท จำเลยกำหนดจ่ายค่าจ้างเดือนละครั้งก่อนวันสิ้นเดือนสองวันทุกเดือน จำเลยมีข้อบังคับสำหรับพนักงานประจำภายในประเทศไทยซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จำเลยทำกับสหภาพแรงงานสถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซีย มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2524 ข้อตกลงข้อ 17 เกี่ยวกับกองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียได้กำหนดให้พนักงานที่ทำงานครบ 1 ปี

ต้องเป็นสมาชิกกองทุน โดยจำเลยจะหักเงินเดือนอัตราร้อยละ 5 และจำเลยจะสมทบให้อัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนสมาชิก นำส่งเข้ากองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียเพื่อประโยชน์แก่พนักงานนั้น ๆ รายละเอียดต่างๆ ได้แจ้งไว้แล้วในกฎข้อบังคับของกองทุนนี้ ทุกครั้งที่จำเลยจ่ายเงินเดือนแก่พนักงานจะหักไว้อัตราร้อยละ 5 และจำเลยสมทบอีกอัตราร้อยละ 10 แล้วส่งเข้ากองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียเรื่อยมา ครั้น พ.ศ.2546 จำเลยมีนโยบายจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งจดทะเบียนแล้วขึ้นแทนกองทุนประกันและออมทรัพย์เดิม เพื่อเป็นสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างเช่นได้รับยกเว้นเรื่องภาษี การตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

พ.ศ.2530 นี้ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะมนตรีของจำเลยและคณะกรรมการกองทุนประกันและออมทรัพย์เดิม ทั้งได้แจ้งแก่สมาชิกกองทุนทราบ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ชื่อกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้ว โดยมีข้อบังคับตามเอกสาร พนักงานของจำเลยซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียส่วนใหญ่ได้โอนมาเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้ว คงเหลือสมาชิกเพียงบางส่วนซึ่งมีอายุเกิน 55 ปี และไม่สมัครใจจะโอนไปเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ซึ่งรวมถึงโจทก์ทั้งสองด้วย เงินของสมาชิกดังกล่าวจึงยังอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซีย

เนื่องจากจำเลยเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ ปี พ.ศ.2546 ถึง 2548 จำเลยมีรายได้ต่ำกว่ารายจ่ายถึง 352 ล้านบาท เพื่อความอยู่รอด จำเลยต้องพยายามลดค่าใช้จ่ายลง จึงได้ลดเงินสมทบที่ส่งเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพสถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซีย ซึ่งเดิมจำเลยจ่ายสมทบอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนของลูกจ้างโดยจ่ายสมทบลดลงเหลืออัตราร้อยละ 5 โดยไม่เลือกว่าลูกจ้างนั้นจะเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้วหรือยังคงอยู่กับกองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซีย โดยจ่ายเงินสมทบลดลงตั้งแต่เดือนเมษายน 2549 แล้ววินิจฉัยว่า การที่จำเลยจ่ายเงินสมทบเข้าบัญชีโจทก์ทั้งสองที่กองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียในอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือน ซึ่งเป็นอัตราเดียวกันกับที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่พนักงานที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้ว เป็นการปฏิบัติต่อลูกจ้างทุกคนเสมอหน้าเท่าเทียมกัน

ไม่ได้เลือกปฏิบัติโดยจะบังคับให้จำเลยต้องจ่ายเงินสมทบร้อยละ 10 ของเงินเดือนโจทก์ทั้งสอง เข้าบัญชีโจทก์ทั้งสองในกองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียต่างไปจากที่จำเลยจ่ายเงินสมทบเข้าบัญชีของลูกจ้างรายอื่นไม่ได้ ทั้งนี้เพราะกองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียได้ปิดกิจการแล้วอยู่ในวาระชำระบัญชีเท่านั้น ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ว่าด้วยอัตราเงินสมทบที่นายจ้างต้องส่งเข้ากองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียต้องสิ้นสุดลงด้วย โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยต้องส่งเงินสมทบในอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนอีก

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองว่า จำเลยมีสิทธิปรับลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียหรือไม่ โดยโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ว่า กองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียมิได้ปิดกิจการลงไปและมีสมาชิกที่ไม่สมัครใจโอนไปเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้ว การที่จำเลยลดการส่งเงินสมทบจึงเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น เห็นว่า จำเลยมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างข้อ 17 บังคับให้ลูกจ้างของจำเลย รวมทั้งโจทก์ทั้งสองต้องเป็นสมาชิกของกองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซีย โดยสมาชิกส่งเงินสมทบอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือนและจำเลยจะส่งเงินสมทบอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนสมาชิก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อมาในปี

พ.ศ.2546 จำเลยมีนโยบายจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งจดทะเบียนแล้ว ขึ้นแทนกองทุนประกันและออมทรัพย์เดิม เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้ว พนักงานของจำเลยซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซีย ส่วนใหญ่ได้โอนมาเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้ว คงเหลือสมาชิกเพียงบางส่วนซึ่งมีอายุเกิน 55 ปี และไม่สมัครใจจะโอนไปเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ซึ่งสำหรับสมาชิกที่ไม่โอนไปเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทิสโก้ร่วมทุน 2 ซึ่งจดทะเบียนแล้วนั้น ยังคงเป็นสมาชิกกองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียอยู่

เมื่อจำเลยมิได้บอกเลิกการส่งเงินสมทบตามกฎข้อบังคับของกองทุน การยุบกองทุน กองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียจึงคงดำเนินการอยู่มิได้ยุบกองทุนไปและจำเลยต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของกองทุน ซึ่งรวมถึงการส่งเงินสมทบในอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนสมาชิกต่อไป การที่จำเลยเปลี่ยนแปลงอัตราการส่งเงินสมทบจากอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนสมาชิกเป็นอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือนสมาชิก อันเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ซึ่งไม่เป็นคุณแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยจึงต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งสองก่อน เมื่อจำเลยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งสอง จำเลยจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงอัตราการส่งเงินสมทบจากอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนสมาชิก เป็นอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือนสมาชิกได้ อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเดิมโดยส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันและออมทรัพย์สถาบันเทคโนโลยี่แห่งเอเซียในอัตราร้อยละ 10 ของเงินเดือนโจทก์ทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรุฬห์ แสงเทียน · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.353-353/2550
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ4313/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ7490/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้