Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5801/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยครอบครองและได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทอยู่ก่อนแต่เมื่อ ส. ขอออกโฉนดที่ดินจำเลยไม่ได้คัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินให้แก่ ส. ที่ดินตามโฉนดที่ดินซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ส. ต้องเริ่มนับระยะเวลาการครอบครองปรปักษ์ตั้งแต่วันที่ออกโฉนดที่ดินคือวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2524 เป็นต้นไป ต่อมามีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของโจทก์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2533 เนื่องจากโจทก์ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ซึ่งยังไม่ถึง 10 ปี เมื่อโจทก์เป็นบุคคลภายนอกได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง การครอบครองปรปักษ์ที่มีอยู่ก่อนนั้นจึงสิ้นไปแม้จำเลยครอบครองต่อมาก็ต้องเริ่มนับระยะเวลาการครอบครองใหม่ตั้งแต่ปี 2533 จนถึงวันที่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้วันที่ 7 มิถุนายน2539 ยังไม่ถึง 10 ปี จำเลยจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองตามมาตรา 1382

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองร่วมกันเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 32297 โดยประมูลซื้อที่ดินดังกล่าวได้จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 671/2529 ของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2530 ต่อมาวันที่ 20 มิถุนายน2533 จึงมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของโจทก์ทั้งสองเมื่อเดือนมกราคม 2538 จำเลยขออาศัยที่ดินส่วนดังกล่าวเฉพาะส่วนทิศตะวันตกเฉียงเหนือของที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว หากโจทก์ทั้งสองต้องการคืนเมื่อใด จำเลยจะรื้อถอนไปทันที โจทก์ทั้งสองเห็นว่าจำเลยเคยเป็นลูกจ้างโจทก์ที่ 1 จึงยินยอม ต่อมาเดือนมีนาคม 2539 โจทก์ทั้งสองนำช่างรังวัดไปรังวัดสอบเขตที่ดินดังกล่าววันที่ 24 พฤษภาคม 2539 จำเลยยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าช่างรังวัดได้รังวัดติดที่ดินของจำเลยเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน

ไปด้วย คำคัดค้านดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากจำเลยไม่ใช่เจ้าของที่ดินดังกล่าว ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสอง เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยแล้ว จำเลยไม่ยอมถอนคำคัดค้าน โจทก์ทั้งสองได้บอกเลิกให้จำเลยอาศัยที่ดินโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน แต่จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์ทั้งสองเสียหาย ไม่สามารถทำโครงการพัฒนาที่ดินต่อไปได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 100,000 บาท และเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์อีกเดือนละไม่น้อยกว่า 50,000 บาทขอให้พิพากษาว่า ที่ดินพิพาทภายในอาณาเขตเส้นสีแดง ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง อันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 32297 ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราชจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินดังกล่าวของโจทก์ทั้งสองต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช

หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินดังกล่าว ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท พร้อมค่าเสียหายอีกเดือนละ 50,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินจำเลยให้การว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของนายสัญญา เลาหกุล หรือนางสาวแฉล้ม เลาหกุล แต่นางเยาะยาย จำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ หลังจากปี 2505 นางเยาะถึงแก่กรรม จำเลยจึงเข้าครอบครองทำประโยชน์ต่อ โดยปลูกบ้านอยู่อาศัยปลูกไม้ผลต่าง ๆ ก่อนโจทก์ฟ้องคดีเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี แล้ว จำเลยครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเจ้าของเดิมไม่เคยโต้แย้ง ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นของจำเลยโจทก์ทั้งสองไม่เคยคัดค้านสิทธิของจำเลย

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารให้ขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 32297 ตำบลปากพูนอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช กับให้ถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินดังกล่าวของโจทก์ทั้งสองต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 7 มิถุนายน2539) จนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินดังกล่าวคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นั้น ปรากฏตามสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่32297 เอกสารหมาย จ.7 ซึ่งที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของโฉนดที่ดินดังกล่าวว่ามีนายสัญญา เลาหกุล เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และเจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินให้นายสัญญาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2524 ดังนั้น แม้จะฟังว่าจำเลยได้เข้าครอบครองและได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท แต่เมื่อนายสัญญาขอออกโฉนดที่ดินนั้นปรากฏตามใบไต่สวนเอกสารหมาย จ.5 ว่าจำเลยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านและไม่มีหลักฐานอื่นใดว่าจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่นายสัญญา ที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าว ซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทด้วยย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายสัญญาตามกฎหมาย

จำเลยจะอ้างว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทก็ตาม แต่ก็ต้องเริ่มนับระยะเวลาการครอบครองปรปักษ์ตั้งแต่วันที่ออกโฉนดที่ดินดังกล่าวคือวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2524 เป็นต้นไป และปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวมาเป็นของโจทก์ทั้งสองเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2533 ตามสำเนาโฉนดที่ดินดังกล่าวเอกสารหมาย จ.2 เนื่องมาจากโจทก์ที่ 2 ประมูลซื้อที่ดินดังกล่าวได้ในราคา 6,120,000 บาท จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 671/2529 ของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2530 ตามรายงานเจ้าหน้าที่และหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเอกสารหมาย จ.7 แผ่นที่ 16 และ 17 ซึ่งยังไม่ถึง 10 ปี

เมื่อจำเลยมิได้ให้การหรือนำสืบว่าโจทก์ทั้งสองมิใช่บุคคลภายนอกและกระทำการไม่สุจริตแล้วโจทก์ทั้งสอง ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 ว่ากระทำการโดยสุจริต สิทธิการครอบครองปรปักษ์ของจำเลยจึงไม่อาจใช้ยันโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง การครอบครองปรปักษ์ที่มีอยู่ก่อนนั้นจึงสิ้นไปแม้หลังจากที่โจทก์ทั้งสองรับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวมาเป็นของโจทก์ทั้งสองแล้ว จำเลยจะครอบครองที่ดินพิพาทต่อมาก็ต้องเริ่มนับระยะเวลาการครอบครองที่ดินพิพาทใหม่ตั้งแต่ปี 2533 จนถึงวันที่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้ วันที่ 7 มิถุนายน 2539 ก็ยังไม่ถึง 10 ปี จำเลยจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · สบโชค สุขารมณ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้