Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5812/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นเพียงผู้ยื่นคำขอประทานบัตรเท่านั้น ซึ่งอธิบดีมีอำนาจสั่งยกคำขอประทานบัตรเสียได้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเข้าไปกระทำการใด ๆ แก่พื้นที่และไม่มีสิทธิครอบครอง แร่ที่มีอยู่ในเขตพื้นที่ตามคำขอยังเป็นสมบัติของรัฐอยู่ ถ้ามีผู้มาขุดแร่ต้องถือว่ารัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.พ.พ. มาตรา 1374 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 4 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 43 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ดีบุกซึ่งกรมทรัพยากรธรณีได้รังวัดกำหนดเขตคำขอประทานบัตร และประกาศไปแล้ว โจทก์มีสิทธิเข้าไปยึดถือครอบครองและห้ามมิให้ผู้ใดเข้าทำลายหรือทำให้เสื่อมสถาพ และโจทก์มีสิทธิที่จะได้ประทานบัตรก่อนบุคคลอื่น จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ กระทำการในทางการที่จ้าง กับจำเลยที่ ๒ ในฐานะส่วนตัวและตัวแทนของจำเลยที่ ๓ ได้ควบคุมและสั่งการให้คนงานบุกรุกเข้ามาในเขตพื้นที่คำขอประทานบัตรของโจทก์ แล้วขุดกระสะแร่บริเวณที่มีสิน แร่อุดมสมบูรณ์ไป เนื้อที่ที่เหลือเป็นบริเวณที่มีแร่น้อยไม่สามารถเหมืองแร่ในเชิงพาณิชย์ ขอให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหาย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างหรือพนักงานของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ ไม่เคยมอบหมายให้ผู้อื่นกระทำการตามที่โจทก์ฟ้องโจทก์ไม่ใช่ผู้ที่ได้รับความเสียหายตามพระราชบัญญัติแร่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่แต่ยังมิได้รับประทานบัตร ระหว่างดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่มีผู้มาขุดแร่ในพื้นที่คำขอประทานบัตร ปัญหาว่าโจทก์จะมีอำนาจฟ้องผู้เข้ามาขุดแร่ได้หรือไม่

พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๔๓ บัญญัติว่า"ห้ามมิให้ผู้ใดทำเหมืองในที่ใดไม่ว่าที่ซึ่งทำเหมืองนั้นจะเป็นสิทธิของบุคคลใดหรือไม่เว้นแต่จะได้รับประทานบัตรชั่วคราวหรือประทานบัตร" และมาตรา ๔ บัญญัติว่า "ทำเหมือง" หมายความว่าการกระทำแก่พื้นที่ไม่ว่าจะเป็นที่บกหรือที่น้ำเพื่อให้ได้มาซึ่งแร่ฯลฯ

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์เป็นเพียงผู้ยื่นคำขอประทานบัตรเท่านั้นซึ่งอธิบดีมีอำนาจสั่งยกคำขอประทานบัตรเสียได้ตามมาตรา ๔๗ โจทก์ยังไม่มีสิทธิเข้าไปกระทำการใด ๆ แก้พื้นที่และไม่มีสิทธิครอบครองแร่ที่มีอยู่ในเขตพื้นที่ตามคำขอยังเป็นสมบัติของรัฐอยู่ ถ้ามีผู้มีขุดแร่ต้องถือว่ารัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องประเด็นอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี · วิชัย ตันติกุลานันท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลอุทธรณ์ - นายอุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2540

ตามคำฟ้องโจทก์นอกจากจะกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิในการทำเหมืองแร่โดยรับโอนสิทธิตามประทานบัตรแล้วยังได้กล่าวอ้างมาด้วยว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อหรือรับโอนมาจากเจ้าของที่ดินเดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5278/2537

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 บัญญัติห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือหรือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับระหว่างรัฐกับราษฎร เป็นผลให้ราษฎรที่เข้ายึดถือครอบครองที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3512/2535

จำเลยตั้งแผงลอยกับจอดรถเข็นของจำเลยปิดบังหน้าร้านและข้างร้านของโจทก์ที่ติดถนนสาธารณะ แม้โจทก์จะผ่านเข้าออกร้านของในส่วนอื่นได้บ้างแต่ก็ไม่สะดวกเท่าที่ควร การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4893/2533

โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของตึกแถวพิพาทที่มีผนังตึกร่วมกันแม้ข้อเท็จจริงจากการนำสืบของคู่ความจะไม่ปรากฏชัดว่าผนังตึกพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด แต่เมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ยึดถือและใช้สอยผนังตึกพิพาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2061/2533

ที่พิพาทซึ่ง เรียกว่าหนองอีเบี้ย โจทก์ทั้งสองได้ แจ้ง การครอบครองไว้แล้วจำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้ รับการร้องเรียนจากราษฎรประมาณ 92 คน ว่า โจทก์บุกรุกที่พิพาทอันเป็นหนองสาธารณะจำเลยจึงได้ ร้องเรียนนายอำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้