คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขตที่ดินดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อปักหลักเขตที่ดินใหม่ให้ถูกต้อง แต่ถูกจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ คัดค้านการรังวัดสอบเขต โดยอ้างว่า โจทก์ทั้งสองรังวัดสอบเขตรุกล้ำคลองบางประมุง ทำให้เจ้าพนักงานที่ดินไม่อาจดำเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินเพื่อปักหลักเขตที่ดินได้ เป็นการกระทำละเมิดโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสอง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองถอนคำคัดค้านการรังวัด
จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของคลองบางประมุง อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่ดูแล ระวังแนวเขต และคัดค้านการครอบครองสิทธิในที่ดินดังกล่าว เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย เห็นว่า เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของโจทก์ทั้งสองในการใช้สิทธิทางศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ทั้งสอง การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ทั้งสองได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินส่วนที่พิพาทโจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณประโยชน์เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน
อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีระหว่าง นายศิลป์ คำเอม ที่ ๑ นางประยูร คำเอม ที่ ๒ โจทก์ ว่าที่ร้อยตรี ปรีชา พลับน้อย ในฐานะนายอำเภอโกรกพระ ที่ ๑ นายอดิเทพ ธัญญกสิกล ในฐานะนายกเทศมนตรี ตำบลบางประมุง ที่ ๒ จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ลงชื่อ) ดิเรก อิงคนินันท์ (ลงชื่อ) จิรนิติ หะวานนท์ (นายดิเรก อิงคนินันท์) (นายจิรนิติ หะวานนท์) ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม (ลงชื่อ) ปิยะ ปตังทา (ลงชื่อ) จรัญ หัตถกรรม (นายปิยะ ปะตังทา) (นายจรัญ หัตถกรรม) รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่หนึ่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานศาลปกครองสูงสุด (ลงชื่อ) พลเรือโท ปรีชาญ จามเจริญ (ลงชื่อ) พลตรี พัฒนพงษ์ เกิดอุดม (ปรีชาญ จามเจริญ) (พัฒนพงษ์ เกิดอุดม) หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร (ลงชื่อ) จิระ บุญพจนสุนทร (นายจิระ บุญพจนสุนทร) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ()