Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5830/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ มาตรา 154เป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญาด้วนกันเอง เจ้าหนี้ซึ่งเป็นประธานกรรมการของลูกหนี้ได้ค้ำประกันและจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ของลูกหนี้แล้ว ต่อมาภายหลังเจ้าหนี้ได้ทำหนังสือสละสิทธิไล่เบี้ย และสละสิทธิในการับช่วงสิทธิบรรดาที่เจ้าหนี้มีอยู่เหนือลูกหนี้ทุกอันดับให้ไว้แก่บริษัทลูกหนี้เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามา ตรวจ กิจการของลูกหนี้แล้วพบว่าเจ้าหนี้ได้เอาเงินของลูกหนี้ไปซื้อที่ดินมาเป็นของเจ้าหนี้เป็นส่วนตัวและเพื่อให้เจ้าหนี้จะได้บริหารงานของลูกหนี้ต่อไป แม้หากเป็นการแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กับลูกหนี้ทำหนังสือดังกล่าวขึ้นก็ตาม แต่เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยและเจ้าหนี้อื่นซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเป็นผู้ทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายแต่การแสดงเจตนาลวงนั้นได้เชื่อว่าเจ้าหนี้ได้สละสิทธิดังกล่าวจริง เจ้าหนี้จึงต้องห้ามมิให้ยกข้อไม่สมบูรณ์นี้ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 วรรคแรก ดังนี้เจ้าหนี้จึงไม่อาจขอรับชำระหนี้ดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาดแล้ว เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2531นางสุนารี สันติธรารักษ์ เจ้าหนี้ ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นค่าหนี้ตามภาระสัญญาค้ำประกันและเงินทดรองจ่ายเป็นเงิน160,757,890.16 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้วไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว เห็นว่า เจ้าหนี้ได้ทำหนังสือสละสิทธิไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้เพื่อต้นเงินและดอกเบี้ยและเพื่อการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายไปอย่างใด ๆ เพราะการค้ำประกันการอาวัลตั๋วเงินการจำนองหรือจำนำทรัพย์สินเป็นประกันหนี้ของลูกหนี้และสละสิทธิในการเข้ารับช่วงสิทธิบรรดาที่เจ้าหนี้อื่นมีอยู่เหนือลูกหนี้

มูลหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ทุกอันดับแม้จะฟังว่ามีอยู่จริงแต่เมื่อเจ้าหนี้ยินยอมสละสิทธิไล่เบี้ยและสละสิทธิในการรับช่วงสิทธิแล้ว เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ได้ เห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เสียทั้งสิ้น ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107(1)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เจ้าหนี้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันฟังได้ยุติว่า เจ้าหนี้เป็นประธานกรรมการของลูกหนี้เจ้าหนี้ได้ค้ำประกันและจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ของลูกหนี้ภายหลังเจ้าหนี้ได้ทำหนังสือสละสิทธิไล่เบี้ยและสละสิทธิในการรับช่วงสิทธิบรรดาที่เจ้าหนี้มีอยู่เหนือลูกหนี้ทุกอันดับให้ไว้แก่บริษัทลูกหนี้ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าหนี้มีว่า หนังสือตกลงสละสิทธิไล่เบี้ยและสละสิทธิในการรับช่างสิทธิดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้หรือไม่เพียงใด เจ้าหนี้ฎีกาว่า

แม้เจ้าหนี้และลูกหนี้จะอยู่คนละฐานะตามกฎหมาย แต่ตามความเป็นจริงเจ้าหนี้ในฐานะผู้มีอำนาจกระทำการแทนลูกหนี้ย่อมรู้ถึงฐานะของตนและฐานะของลูกหนี้เป็นอย่างดี หนังสือตกลงสละสิทธิดังกล่าวในใจจริงของเจ้าหนี้มิได้มีเจตนาให้ตนต้องผูกพันตามที่ได้แสดงออกมานั้นซึ่งคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งคือลูกหนี้ได้รู้ถึงเจตนาอันซ่อนอยู่ในใจของเจ้าหนี้อยู่แล้ว หนังสือตกลงสละสิทธิจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 154 การที่ศาลอุทธรณ์นำมาตรา 155 วรรคแรก ใช้บังคับจึงเป็นการปรับบทมาตราผิดนั้นเห็นว่ากรณีตามมาตรา 154 เป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญาด้วยกันเองแต่ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้การที่เจ้าหนี้ทำหนังสือสละสิทธิไล่เบี้ยและสละสิทธิในการรับช่วงสิทธิบรรดาที่เจ้าหนี้มีเหนือลูกหนี้นั้นเนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาตรวจกิจการของลูกหนี้แล้วพบว่าเจ้าหนี้ได้เอาเงินของลูกหนี้ไปซื้อที่ดินมาเป็นของเจ้าหนี้เป็นส่วนตัวจึงให้เจ้าหนี้ทำหนังสือสละสิทธิดังกล่าวให้ไว้แก่ลูกหนี้เพื่อเจ้าหนี้จะได้บริหารงานของลูกหนี้ต่อไป

หากเป็นการแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กับลูกหนี้ทำหนังสือดังกล่าวขึ้นดังที่เจ้าหนี้กล่าวอ้าง แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยและเจ้าหนี้อื่นซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเป็นผู้ทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายแต่การแสดงเจตนาลวงนั้นเชื่อว่าเจ้าหนี้ได้สละสิทธิดังกล่าวจริง เจ้าหนี้จึงต้องห้ามมิให้ยกข้อไม่สมบูรณ์นี้ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 155 วรรคแรก เจ้าหนี้จึงไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผล อนุวัตรนิติการ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ท · วีชัย เจริญบัณฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1490/2498

ในฟ้องโจทก์อ้างสิทธิเรียกร้องเงินกู้ เพราะจำเลยไม่มีสิทธิที่จะได้รับประโยชน์แห่งเงื่อนเวลา จำเลยไม่ได้ต่อสู้อย่างใด คงปฏิเสธว่าไม่ได้กู้ไปตามฟ้อง ทั้งปัญหาข้อนี้ไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2492

จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่ดินไว้กับโจทก์ โดยกำหนดวันโอนไว้แน่นอนแล้ว แต่ก่อนถึงกำหนดวันโอน จำเลยกลับเอาที่ดินไปขายแก่ผู้อื่นเสีย ดังนี้ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการผิดสัญญา โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยปฏิบัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3745/2568

โจทก์มีเจตนายกห้องชุดให้แก่จำเลยโดยเสน่หา แต่จำเลยไปจดทะเบียนว่าโจทก์ขายห้องชุดให้แก่จำเลย การจดทะเบียนขายห้องชุดเป็นนิติกรรมอำพรางการให้ นิติกรรมการขายห้องชุดย่อมตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3236/2567

คดีนี้ผู้ร้องอ้างในคำร้องขอว่า เมื่อผู้ร้องถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาฟ้องเป็นคดีล้มละลาย ผู้ร้องกับ จ. จึงเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของ จ. ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจและเกรงว่า จ. จะถูกบังคับคดีด้วย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้