Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58302)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้จำเลยที่ 7 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองโดยมีใจความว่า โจทก์ได้รับโอนที่ดินมาโดยไม่สุจริตดังนั้น แม้การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของจำเลยจะมิได้จดทะเบียนก็สามารถยกขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้รับโอนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง กรณีเช่นนี้ จำเลย ที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 เห็นว่าโจทก์น่าจะได้รับโอนที่ดินมาโดยไม่สุจริตทั้งแปลง คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 7 น่าจะมีผลผูกพันถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ด้วย เพราะเป็นเรื่องการให้ชำระหนี้อันไม่อาจ แบ่งแยกจากกันได้ ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งให้คำพิพากษา ศาลฎีกามีผลผูกพันจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ด้วย หมายเหตุ ทนายจำเลยแถลงว่าได้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์แล้วโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นรวมทั้งสิ้น8 สำนวน โดยเรียกจำเลยในสำนวนคดีนี้เป็นจำเลยที่ 7 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งแปดสำนวน พร้อมทั้งให้จำเลยทุกสำนวนขนย้ายบริวารและทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดที่ 3011 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 400 บาท 800 บาท 500 บาท 1,400 บาท 1,100 บาท7,400 บาท 600 บาท และ 500 บาท ตามลำดับ สำหรับจำเลยที่ 3และที่ 8 ให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายจากจำเลยเพียง 500 บาท เท่านั้นทั้งนี้นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งแปดและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินและออกไปจากที่ดินของโจทก์ดังกล่าว คำขอนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 7 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 7(จำเลยสำนวนคดีนี้) นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ยื่นคำร้องดังกล่าว อนึ่ง เฉพาะจำเลยที่ 6 ไม่ปรากฏใบแต่งทนายในถ้อยคำสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 อ้างเหตุในคำร้องว่าข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาฟังในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 7 ว่าโจทก์ได้รับโอนที่ดินโฉนดตามฟ้องมาโดยไม่สุจริต คำพิพากษาศาลฎีกาที่ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 7 น่าจะมีผลถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6และที่ 8 ด้วย เพราะเป็นคำพิพากษาเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้นั้นเห็นว่าคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 7 มีประเด็นพิพาทเฉพาะที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 7 ครอบครองเช่นเดียวกับที่พิพาทในคดีแต่ละสำนวนที่โจทก์ฟ้องจำเลยอื่นอีก 7 สำนวน คำพิพากษาของคดีแต่ละสำนวน จึงมิใช่กรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้ร่วมกัน อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 245(1) ประกอบด้วยมาตรา 247 ดังที่อ้างในคำร้องกรณีต้องถือว่าคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่สุดเมื่อมิได้อุทธรณ์ฎีกาแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229, 247 จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2716/2533นายเอกวรรณ ชันซื่อโจทก์นางลบ วันเพ็ญ กับพวกจำเลยนางลบ วันเพ็ญ กับพวก จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 229, ม. 245 (1), ม. 247ความว่า คดีนี้จำเลยที่ 7 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองโดยมีใจความว่า โจทก์ได้รับโอนที่ดินมาโดยไม่สุจริตดังนั้น แม้การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของจำเลยจะมิได้จดทะเบียนก็สามารถยกขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้รับโอนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง กรณีเช่นนี้ จำเลย ที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 เห็นว่าโจทก์น่าจะได้รับโอนที่ดินมาโดยไม่สุจริตทั้งแปลง คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 7 น่าจะมีผลผูกพันถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ด้วย

เพราะเป็นเรื่องการให้ชำระหนี้อันไม่อาจ แบ่งแยกจากกันได้ ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งให้คำพิพากษา ศาลฎีกามีผลผูกพันจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ด้วย หมายเหตุ ทนายจำเลยแถลงว่าได้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์แล้วโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ คดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นรวมทั้งสิ้น8 สำนวน โดยเรียกจำเลยในสำนวนคดีนี้เป็นจำเลยที่ 7

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งแปดสำนวน พร้อมทั้งให้จำเลยทุกสำนวนขนย้ายบริวารและทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดที่ 3011 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 400 บาท 800 บาท 500 บาท 1,400 บาท 1,100 บาท7,400 บาท 600 บาท และ 500 บาท ตามลำดับ สำหรับจำเลยที่ 3และที่ 8 ให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายจากจำเลยเพียง 500 บาท เท่านั้นทั้งนี้นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งแปดและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินและออกไปจากที่ดินของโจทก์ดังกล่าว คำขอนอกจากนี้ให้ยก

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 7 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 7(จำเลยสำนวนคดีนี้) นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ยื่นคำร้องดังกล่าว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง เฉพาะจำเลยที่ 6 ไม่ปรากฏใบแต่งทนายในถ้อยคำสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกา คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 อ้างเหตุในคำร้องว่าข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาฟังในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 7 ว่าโจทก์ได้รับโอนที่ดินโฉนดตามฟ้องมาโดยไม่สุจริต คำพิพากษาศาลฎีกาที่ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 7 น่าจะมีผลถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6และที่ 8 ด้วย เพราะเป็นคำพิพากษาเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้นั้นเห็นว่าคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 7 มีประเด็นพิพาทเฉพาะที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 7 ครอบครองเช่นเดียวกับที่พิพาทในคดีแต่ละสำนวนที่โจทก์ฟ้องจำเลยอื่นอีก 7 สำนวน คำพิพากษาของคดีแต่ละสำนวน จึงมิใช่กรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้ร่วมกัน อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 245(1) ประกอบด้วยมาตรา 247 ดังที่อ้างในคำร้องกรณีต้องถือว่าคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่สุดเมื่อมิได้อุทธรณ์ฎีกาแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229, 247 จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร ตันตราภรณ์ · สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้