Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5834/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เดินทางจากประเทศจีนมาประเทศไทย และยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองยกคำร้อง โจทก์จึงฟ้องศาล เมื่อโจทก์พิสูจน์ได้ว่า โจทก์เกิดในประเทศไทยโจทก์จึงได้สัญชาติไทยโดยการเกิดเป็นบุคคลสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2456 มาตรา 3

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 57 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2456 มาตรา 3 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 มาตรา 7

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เกิดที่บ้านหนองตม หมู่ที่ 1 ตำบลวงฆ้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก โดยบิดาเป็นคนต่างด้าวบิดาส่งโจทก์ไปศึกษาที่ประเทศจีนไม่สามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยได้ ต่อมาโจทก์มีโอกาสเดินทางมาประเทศไทย มีความประสงค์จะอยู่ในประเทศไทยเนื่องจากโจทก์เกิดในประเทศไทยและมีสัญชาติไทยโจทก์ได้ยื่นคำขอพิสูจน์สัญชาติต่อเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองแต่เจ้าหน้าที่ได้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์จึงต้องฟ้อง ขอให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นบุคคลสัญชาติไทยและให้จำเลยทั้งสองสั่งให้เจ้าพนักงานจดทะเบียนแก้ว่าโจทก์เป็นบุคคลสัญชาติไทยโดยให้เพิ่มชื่อโจทก์ลงในทะเบียนบ้านเลขที่ 119 ตำบลวงฆ้อง อำเภอพรหมพิรามจังหวัดพิษณุโลกจำเลยทั้งสองให้การว่า

โจทก์เป็นคนต่างด้าว มีชื่อว่านายเฮ่งยี่เกียม เชื้อชาติจีน สัญชาติจีน เกิดที่มณฑลกวงดงหรือกวางตุ้ง ประเทศจีน โดยสารเครื่องบินจากประเทศจีนเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2531 โดยถือเอกสารเดินทางประเภทคนเดินทางผ่าน พนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้โจทก์อยู่ในประเทศไทยฐานะคนเดินทางผ่านได้มีกำหนด30 วัน และก่อนถึงวันครบกำหนดดังกล่าว

โจทก์ยื่นคำร้องขออยู่ต่อและขอพิสูจน์สัญชาติ เจ้าพนักงานไม่อนุญาต โจทก์ไม่ใช่คนไทยไม่ใช่บุตรของนายยกเท่ง แซ่เฮง และนางเจริญ แซ่เลี่ยมโจทก์ไม่ได้เกิดในราชอาณาจักรไทย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์เป็นบุคคลสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7(3) คำขออื่นให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีนางนิตยา เมืองพระ ซึ่งเป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกับโจทก์ นายเกี่ยง สนองคุณ ที่เป็นเพื่อนบ้านของโจทก์ตอนเด็กพยานดังกล่าวมีอายุมากใกล้เคียงกับโจทก์ทั้งสองคนต่างเบิกความยืนยันว่าโจทก์เกิดที่ตลาดหนองตม หมู่ที่ 1ตำบลวงฆ้อง อำเภอพรหมพิราม

จังหวัดพิษณุโลก เป็นบุตรของนายก๊กหล่านหรือยกเท่ง แซ่เฮงกับนางเจริญ แซ่เลี่ยม มีพี่ชายร่วมบิดามารดาเดียวกันหนึ่งคนและน้องชายอีกหนึ่งคน บิดาโจทก์เป็นคนจีนอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยและมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ตอนเด็ก ๆ โจทก์ไปเยี่ยมญาติฝ่ายมารดา และได้ถ่ายภาพหมู่รวมกันไว้ตามภาพถ่ายหมาย จ.1 ก่อนออกเดินทางไปประเทศจีน โจทก์ พี่ชาย และน้องชายได้ถ่ายภาพรวมกันไว้ตามภาพถ่ายหมาย จ.2 ภาพดังกล่าวเห็นได้ชัดว่าเป็นภาพเก่าตามสภาพนอกจากนางนิตยาและนายเกียงพยานโจทก์จะเบิกความยืนยันว่าโจทก์เกิดที่ตลาดหนองตมแล้วยังยืนยันด้วยว่า ภาพถ่ายหมาย จ.1และ จ.2 เป็นภาพถ่ายของโจทก์ตอนเด็ก ๆ จำเลยไม่สืบพยานหักล้างข้อนี้ สำหรับพยานโจทก์อีกสองคนคือ

นางตี่ พรหมมณี มารดาเลี้ยงของโจทก์ที่เคยเลี้ยงดูโจทก์มา และนายวิชัย เลี่ยมวิไล ซึ่งเป็นพี่ชายนางเจริญ แซ่เลี่ยม มารดาโจทก์ต่างก็เบิกความยืนยันเช่นเดียวกัน พยานบุคคลของโจทก์เป็นผู้ประกอบอาชีพโดยสุจริตมีฐานะและหลักฐานเป็นที่ยอมรับของสังคมในชนบท หากไม่เป็นความจริงคงไม่มาเบิกความต่อศาลยืนยันเช่นนั้น คำเบิกความของบุคคลดังกล่าวจึงน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับกันว่าในช่วงระยะเวลานั้นการทะเบียนราษฎร์ของประเทศไทย โดยเฉพาะชนบทยังไม่เป็นระบบเรียบร้อยดังเช่นทุกวันนี้ การที่โจทก์ไม่มีสูติบัตรหรือสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดงจึงมิใช่ข้อที่จะพึงตำหนิพิเคราะห์ในด้านตัวโจทก์ซึ่งเบิกความว่าไปอยู่ประเทศจีนร่วม 40 ปี ไม่เคยเดินทางกลับประเทศไทยเลย

เพิ่งจะเดินทางมาประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2531 และมาเบิกความต่อศาลจังหวัดพิษณุโลกเมื่อเดือนตุลาคม 2532 สามารถเบิกความต่อศาลเป็นภาษาได้เป็นอย่างดีทั้ง ๆ ที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทยได้ปีเศษ แสดงให้เห็นพื้นความรู้ภาษาไทยที่มีอยู่ก่อนบ้างซึ่งตรงต่อข้อนำสืบของโจทก์ที่ว่าตอนเดิมนางไปประเทศจีน โจทก์มีอายุ 10 ขวบ โจทก์มีความรู้ทางด้านแพทย์แผนโบราณโดยสภาพย่อมจะอยู่ประเทศจีนได้อย่างเป็นปกติสุข การที่โจทก์เดินทางเข้ามาประเทศไทยและขอพิสูจน์สัญชาติน่าจะเป็นเพราะมีความผูกพันโดยสายเลือดกับญาติในประเทศไทย เมื่อบุคคลดังกล่าวมาเบิกความยืนยันรับรองเช่นนี้ พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักเชื่อได้ว่าโจทก์เกิดที่ตลาดหนองตม ตำบลวงฆ้องอำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก โจทก์จึงได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ตามพระราชบัญญัติสัญชาติซึ่งใช้บังคับอยู่ขณะนั้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษากลับว่า โจทก์เป็นบุคคลสัญชาติไทย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย รังสิกรรพุม · สังเวียน รัตนมุง · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4109/2565

จำเลยได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 (1) และ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 10 บัญญัติว่า บทบัญญัติมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1187/2539

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยเป็นคนไทยแต่ไม่รู้ภาษาไทยเพียงพอและขณะศาลชั้นต้นสอบคำให้การจำเลยไม่มีล่ามช่วยแปลนั้น ศาลชั้นต้นได้ไต่สวนปัญหานี้ตามคำสั่งของศาลฎีกาแล้วปรากฏว่า จำเลยสามารถพูดและเข้าใจภาษาไทยสามาร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2221/2538

แม้โจทก์ทั้งสิบสองจะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ก็เป็นบุตรนายย. ซึ่งเป็นคนญวนอพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยมิชอบแล้วได้อยู่กินเป็นสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกับนาง ว.ซึ่งเกิดที่จังหวัดสกลนครและมีใบสำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7376/2537

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 ข้อความที่ว่า"บิดาเป็นคนต่างด้าว" นั้น คำว่า "บิดา" หมายถึงบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย และข้อความที่ว่า "ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6434/2534

มารดาโจทก์เกิดโดยบิดามารดาเป็นคนสัญชาติญวนซึ่งเป็นคนต่างด้าว มารดาโจทก์จึงต้องถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม2515 ข้อ 1 และถือได้ว่ามารดาโจทก์เป็นคนต่างด้าว การท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้