Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5838/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ขณะที่จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายนั้นนาฬิกาของผู้เสียหายหลุดจากข้อมือ จำเลยที่ 1 กับพวกมิได้เข้าหยิบฉวยนาฬิกาแต่อย่างใด กลับปรากฏว่าจำเลยที่ 1 กับพวกวิ่งไล่ตามผู้เสียหายไปจนถึงปากซอย แสดงว่าจำเลยที่ 1 กับพวกมิได้ประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้เสียหาย แต่เมื่อทำร้ายผู้เสียหาย แล้วเห็นนาฬิกาของผู้เสียหายตกอยู่จึงมีเจตนาที่จะเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน และเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและฐานลักทรัพย์เท่านั้น การทำร้ายร่างกายและการลักทรัพย์เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องให้ลงโทษในการกระทำความผิดดังกล่าว ศาลก็มีอำนาจพิพากษาลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย การกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์แต่เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์อันเป็นเหตุในลักษณะคดี ย่อมมีผลถึงจำเลยอื่นที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 89 แม้จำเลยอื่นจะมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาถึงจำเลยอื่นได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันลักเอานาฬิกาข้อมือ 1 เรือนราคา 1,200 บาท ของนายประเคน บัวแก้ว ผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยในการลักทรัพย์จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ไม้ท่อนยาวประมาณ 1 เมตร ตีประทุษร้ายผู้เสียหายที่หน้าผากและแขนซ้ายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์ การพาทรัพย์นั้นไป ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้และเพื่อให้พ้นจากการจับกุมเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสามได้พร้อมนาฬิกา 1 เรือน ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสามปล้นไปเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 340, 340 ตรี, 83 ริบไม้ท่อนของกลางจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 อายุ 17 ปีลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75จำคุก 5 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 3 จำคุก คนละ 10 ปีจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา

จำเลยที่ 1 และที่ 3ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 กำหนด 2 ปี 6 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 5 ปี ริบไม้ของกลางคำขออื่นให้ยกจำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดตามที่ฟ้องหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโทวิศิษฐ์ อักษรแก้วมาเบิกความเป็นพยานว่า ผู้เสียหายได้มาแจ้งความกับพยานเวลาเที่ยงคืนเศษของวันที่ 13 เมษายน 2539 ว่า ถูกกลุ่มวัยรุ่น4 คน ร่วมกันทำร้ายชิงเอานาฬิกาข้อมือไปตรงบริเวณถนนยะรังซอย 3 ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานีเมื่อประมาณ 10-20 นาที ที่ผ่านมาก่อนมาแจ้งความโดยแจ้งว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายกลับมาจากบริเวณสะพานปลา แล้วพบกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์แบบมีพ่วงข้างนั่งได้หลายคนแวะมารับผู้เสียหายติดรถไปแล้วพาผู้เสียหายเข้าไปในซอยเกิดเหตุจากนั้นก็ร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายไปได้แจ้งรูปพรรณของคนร้าย

เมื่อได้รับแจ้งแล้วพยานก็ได้วิทยุสั่งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายหลังจากนั้นไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็ได้รับแจ้งทางวิทยุจากตำรวจสายตรวจว่าพบผู้ต้องสงสัยที่บริเวณโรงภาพยนตร์ ปัตตานีราม่า เขตตัวเมืองปัตตานีได้ควบคุมตัวไว้และให้ผู้เสียหายดูตัว ผู้เสียหายชี้ตัวยืนยันว่าเป็นคนร้ายจึงได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ สิบตำรวจโทชำนิ เช่งขุนทองผู้จับกุมจำเลยเบิกความเป็นพยานว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ22.30 นาฬิกา ขณะที่พยานกับพวกกำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจพื้นที่โดยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุตำรวจปัตตานีว่ามีเหตุปล้นทรัพย์ที่บริเวณถนนยะรัง ซอย 2 ตำบลอาเนาะรูอำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ได้แจ้งลักษณะการแต่งกายของคนร้ายและระบุจำนวนคนร้าย 4 คน เป็นชายวัยรุ่นและใช้รถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง 1 คันเป็นยานพาหนะ คนร้ายไม่มีอาวุธคนร้ายได้นาฬิกาข้อมือของผู้เสียหายไป 1 เรือน

เมื่อได้รับแจ้งแล้วพยานก็ออกตรวจท้องที่จนถึงถนนปัตตานีภิรมย์ บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ ปัตตานีราม่าห่างที่เกิดเหตุประมาณ 600 เมตรได้พบชายวัยรุ่น 4 คน ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างลักษณะการแต่งกายตรงกับที่ได้รับแจ้งจึงเข้าตรวจค้น ในการค้นตัวจำเลยที่ 1 พบนาฬิกาข้อมือ 1 เรือน อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านข้างของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 และนายอาซันสาและ ไม่พบสิ่งของใด ๆ จึงได้นำตัวจำเลยทั้งสามและนายอาซันพร้อมทั้งของกลางให้ผู้เสียหายดูตัว ผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นคนร้าย คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองซึ่งได้รับแจ้งจากผู้เสียหายภายหลังเกิดเหตุในเวลากระชั้นชิดกับการเกิดเหตุ โดยผู้เสียหายได้ระบุลักษณะและพฤติการณ์ของความผิดรูปพรรณของคนร้ายตลอดจนความเสียหายที่ได้รับ และมีการติดตามจับกุมจำเลยที่ 1 กับพวกได้ภายหลังจากนั้นในเวลากระชั้นชิดและจำเลยที่ 1 กับพวกก็อยู่ใกล้เคียงกับบริเวณที่เกิดเหตุเมื่อพยานโจทก์ทั้งสองปากเป็นพยานบอกเล่า

กรณีรับฟังได้ในเบื้องต้นแต่เพียงว่า มีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับผู้เสียหายจริงเท่านั้น ผู้เสียหายได้ให้การในชั้นสอบสวนว่า จำเลยที่ 1 กับพวกได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างผ่านมาที่ผู้เสียหายยืนอยู่โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับ จำเลยที่ 2 ได้จอดรถและถามผู้เสียหายว่าจะไปที่ไหน ผู้เสียหายตอบว่าจะไปที่ตลาดโต้รุ่ง จำเลยที่ 2พูดขอเงินผู้เสียหาย 20 บาท ผู้เสียหายบอกว่าอยากได้เงินก็ให้ไปส่งผู้เสียหายที่ตลาดโต้รุ่ง ผู้เสียหายได้ขึ้นรถไปกับจำเลยที่ 1 กับพวก เมื่อไปถึงบริเวณหน้าโรงงานฆ่าไก่ จังหวัดปัตตานี จำเลยที่ 2 ได้จอดรถ จากนั้นก็ลงไปหยิบท่อนไม้ยาวประมาณ 1 เมตร ซึ่งวางอยู่ที่บริเวณกองฟืนมาตีผู้เสียหายบริเวณศีรษะและแขน 2 ครั้ง

ทำให้นาฬิกาข้อมือยี่ห้อมิโด้สีเงินที่ผู้เสียหายสวมอยู่ที่ข้อมือซ้ายขาดหลุดจากข้อมือของผู้เสียหาย จากนั้นชาย 3 คน ที่เหลือพากันวิ่งเข้ามาและทำร้ายเตะต่อยผู้เสียหายบริเวณลำตัวและหลังหลายครั้ง ผู้เสียหายไม่สามารถจำได้ว่ากี่ครั้งเนื่องจากชุลมุนมากเมื่อผู้เสียหายตั้งตัวได้ได้วิ่งหนีออกไปทางถนนใหญ่ ชายทั้งสี่คนยังวิ่งไล่ตามมาตลอดจนกระทั่งถึงบริเวณปากซอยจึงได้หยุดวิ่งไล่ตามผู้เสียหายจึงไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ตามคำให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนในขณะที่จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยที่ 1 กับพวกประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้เสียหาย นาฬิกาของผู้เสียหายหลุดจากข้อมือของผู้เสียหายเนื่องจากถูกทำร้าย

เมื่อนาฬิกาหลุดจากข้อมือของผู้เสียหายแล้ว ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 หรือพวกของจำเลยที่ 1 เข้าหยิบฉวยนาฬิกาแต่อย่างใดไม่ แต่กลับปรากฏว่าจำเลยที่ 1 กับพวกได้วิ่งไล่ตามผู้เสียหายไปจนถึงปากซอยข้อเท็จจริงจึงน่าเชื่อว่าการที่จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันทำร้ายนั้นมิได้ประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้เสียหาย แต่เมื่อทำร้ายผู้เสียหายแล้วเห็นนาฬิกาของผู้เสียหายตกอยู่จึงมีเจตนาที่จะเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนและเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันการกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและฐานลักทรัพย์เท่านั้น การทำร้ายร่างกายและการลักทรัพย์เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำในความผิดฐานปล้นทรัพย์แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องให้ลงโทษในการกระทำความผิดดังกล่าวศาลก็มีอำนาจพิพากษาลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้ายที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นบางส่วน ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายรับฟังไม่ได้นั้น เห็นว่าศาลรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนประกอบการพิจารณาของศาลได้เพราะสำนวนการสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมายย่อมใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีของศาลได้ เมื่อปรากฏว่าพันตำรวจโทวิศิษฐ์พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งการเกิดเหตุในทันทีหลังจากเกิดเหตุและสิบตำรวจโทชำนิได้จับกุมจำเลยที่ 1 กับพวกได้ในเวลากระชั้นชิดกับการเกิดเหตุและจับได้ในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุอีกทั้งค้นพบนาฬิกาของกลางได้ที่จำเลยที่ 1 และได้ทำการสอบสวนผู้เสียหายในขณะนั้น ซึ่งน่าเชื่อว่าผู้เสียหายได้ให้การไปตามความเป็นจริงที่ได้ประสบมา

ทั้งไม่ปรากฏว่าคำให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนนั้นได้มาโดยไม่ชอบแต่อย่างใดจึงรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายประกอบได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่าเมื่อศาลวินิจฉัยแล้วว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดฐานปล้นทรัพย์แต่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์จะมีผลไปถึงจำเลยอื่นด้วยหรือไม่ เห็นว่า เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นเหตุในลักษณะคดีย่อมมีผลถึงจำเลยอื่นที่ได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 89 แม้จำเลยอื่นจะมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาถึงจำเลยอื่นได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, ฐานร่วมกันลักทรัพย์ตามมาตรา 335(1)(7) วรรคสาม, 83 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยที่ 2 อายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายจำคุก 4 เดือน ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์จำคุก 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 3 ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายจำคุกคนละ 8 เดือน ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์จำคุกคนละ1 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาจำเลยที่ 1และที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 5 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 10 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · พิมล สมานิตย์ · เสงี่ยม คชาธาร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้