Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5845/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จ. ผู้จัดการมรดกของ ฉ. ฟ้องจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาที่จำเลยทำไว้กับ ฉ. ผู้ตาย จำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จ. ถึงแก่กรรม มีผู้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ จ. ศาลฎีกายกคำร้อง และไม่ปรากฏว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือบุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกของ ฉ. ยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทน จำเลยก็มิได้ยื่นคำขอให้ศาลมีหมายเรียกบุคคลดังกล่าวเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ภายในกำหนดเวลา 1 ปีนับแต่ความปรากฏแก่ศาล ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางแฉล้มผู้ตายตามคำสั่งศาลแพ่ง นางแฉล้มเป็นภริยาของพลตำรวจตรีเทพย์ซึ่งถึงแก่กรรมแล้ว นางแฉล้มและจำเลยต่างยื่นหนังสือขอรับบำเหน็จตกทอดของพลตำรวจตรีเทพย์ต่อกรมตำรวจ โดยต่างอ้างว่าเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของพลตำรวจตรีเทพย์ กรมตำรวจมีคำสั่งให้จ่ายบำเหน็จตกทอดแก่นางแฉล้ม แต่ต่อมากรมบัญชีกลางได้ระงับการจ่ายบำเหน็จตกทอดแก่นางแฉล้ม นางแฉล้มได้ฟ้องจำเลยขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างพลตำรวจตรีเทพย์กับจำเลยเป็นโมฆะระหว่างพิจารณาจำเลยแถลงต่อศาลว่า จำเลยขอสละสิทธิไม่ติดใจยุ่งเกี่ยวเรียกร้องเกี่ยวกับบำเหน็จตกทอดหรือเงินใด ๆ และจำเลยจะไปดำเนินการยื่นคำร้องถอนเรื่องขอรับบำเหน็จตกทอดต่อกรมตำรวจภายใน 7 วัน

นางแฉล้มจึงถอนฟ้องจำเลย แต่จำเลยไม่ดำเนินการตามข้อตกลงจนกระทั่งนางแฉล้มถึงแก่กรรม การกระทำของจำเลยทำให้นางแฉล้ม และโจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถรับบำเหน็จตกทอดของพลตำรวจตรีเทพย์ได้ ขอให้บังคับจำเลยมีหนังสือแจ้งไปยังกรมตำรวจและกรมบัญชีกลางขอสละสิทธิไม่ติดใจเรียกร้องเกี่ยวกับเงินบำเหน็จหรือเงินตกทอดใด ๆ ที่กรมตำรวจหรือกรมบัญชีกลางจะจ่ายให้แก่ทายาทของพลตำรวจตรีเทพย์ตามข้อตกลงระหว่างนางแฉล้มกับจำเลยเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2531 ให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน12,750 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน120,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าโจทก์จะได้รับเงินจากกรมบัญชีกลางจำเลยให้การว่า

บำเหน็จตกทอดไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนางแฉล้มเพราะนางแฉล้มยังไม่มีสิทธิได้รับ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายเพราะทางราชการปฏิเสธไม่ยอมจ่ายเงินแก่โจทก์เอง ข้อตกลงในคดีที่โจทก์อ้างในฟ้องไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ แม้จำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยมีหนังสือแจ้งไปยังกรมตำรวจเพื่อขอสละสิทธิไม่ติดใจเรียกร้องเกี่ยวกับเงินบำเหน็จตกทอดใด ๆที่กรมตำรวจจะจ่ายให้แก่ทายาทหรือภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของพลตำรวจตรีเทพย์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 120,000 บาท

นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 27 ธันวาคม 2532) ไปจนกว่าจำเลยจะยื่นคำร้องขอสละสิทธิรับเงินบำเหน็จตกทอดต่อกรมตำรวจจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีการะหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา นายจำนงค์ถึงแก่กรรมพันเอกเขมรัฐผู้จัดการของนายจำนงค์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่นายจำนงค์ ศาลฎีกาให้ยกคำร้องศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2535นายจำนงค์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2535 ต่อมาวันที่6 กันยายน 2536 พันเอกเขมรัฐผู้จัดการมรดกของนายจำนงค์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่นายจำนงค์ ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ยกคำร้องไปแล้ว ดังนี้ นอกจากพันเอกเขมรัฐแล้วไม่ปรากฏว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือบุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกของนางแฉล้มผู้ตายได้ยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนและจำเลยก็มิได้มีคำขอให้ศาลมีหมายเรียกบุคคลดังกล่าวเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่ความปรากฏแก่ศาลกรณีจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 42 วรรคสองให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3902/2568

เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นมารดาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 (1) กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องอำนาจปกครองอีกต่อไป ส่วนเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น ทนายผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567

การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 689194)

เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 1 สิทธิในการนำคดีอาญาของจำเลยที่ 2 มาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) แต่สำหรับคดีส่วนแพ่งนั้น ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2566

คดีนี้โจทก์มีคำขอให้จำเลยชดใช้เงินที่ยักยอกไปจากผู้ร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 จำเลยถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา อันส่งผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) แต่เมื่อปรากฏว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้