Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58485)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายข้อ 2 ส่วนฎีกาปัญหาข้อกฎหมายข้อ 1และ 3 ไม่เป็นสาระแก่คดี และฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 เกิน 2 ปี คดีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ข้อ 1 ที่ว่า โจทก์ ไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย อันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 183 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,177 วรรคสอง ให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฟ้องเท็จ จำคุก 1 ปี กระทงหนึ่ง ฐานเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา จำคุก 1 ปี 6 เดือน อีกกระทงหนึ่ง รวมสองกระทงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคสอง ฐานเบิกความเท็จในการ พิจารณาคดีอาญา ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ต่างฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว (อันดับ 177,178)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 181)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน คดีของจำเลยที่ 1จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายนั้น แม้จะเป็นฎีกาในข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระไม่ทำให้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเปลี่ยนแปลงไป ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 15/2537นางบุษบา บุญยกุลศรีรุ่งโจทก์นางลิน เทียนทอง กับพวกจำเลยนางลิน เทียนทอง จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 195ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายข้อ 2 ส่วนฎีกาปัญหาข้อกฎหมายข้อ 1และ 3 ไม่เป็นสาระแก่คดี และฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 เกิน 2 ปี คดีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ข้อ 1 ที่ว่า โจทก์ ไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย อันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 183 แผ่นที่ 2)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,177 วรรคสอง ให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฟ้องเท็จ จำคุก 1 ปี กระทงหนึ่ง ฐานเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา จำคุก 1 ปี 6 เดือน อีกกระทงหนึ่ง รวมสองกระทงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคสอง ฐานเบิกความเท็จในการ พิจารณาคดีอาญา ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ต่างฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว (อันดับ 177,178)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 181)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน คดีของจำเลยที่ 1จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายนั้น แม้จะเป็นฎีกาในข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระไม่ทำให้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเปลี่ยนแปลงไป ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวรรค์ ศักดารักษ์ · สมชัย ศิริบุตร · สันติ ทักราล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9076/2558

แม้ปัญหาเรื่องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งจำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ก็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้