Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58505)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218,219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ได้โต้แย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจได้ควบคุมตัวจำเลยไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เท่ากับไม่มีอำนาจสอบสวนเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 33)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12(1),18 วรรคสอง,62,81และ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2526) มาตรา 4 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91เรียงกระทงลงโทษ รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งฐานเข้ามาในราชอาณาจักร โดยผิดกฎหมายจำคุก 1 เดือน ปรับ 1,400 บาทฐานอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือนปรับ 1,400 บาท รวมจำคุก 2 เดือนปรับ 2,800 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับกักขังแทนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 30)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 31)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งว่าจำเลยถูกจับกุม และควบคุมตัววันใด ซึ่งตามฟ้องโจทก์ว่าจำเลยถูกจับกุมวันที่ 9 พฤศจิกายน 2535 แต่จำเลยฎีกาว่าวันที่25 ตุลาคม 2535 จึงเป็น ปัญหาข้อเท็จจริงอันนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 119/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายซิ่วลู่ แซ่เฉินจำเลยนายซิ่วลู่ แซ่เฉิน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218,219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ได้โต้แย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจได้ควบคุมตัวจำเลยไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เท่ากับไม่มีอำนาจสอบสวนเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 33)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12(1),18 วรรคสอง,62,81และ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2526) มาตรา 4 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91เรียงกระทงลงโทษ

รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งฐานเข้ามาในราชอาณาจักร โดยผิดกฎหมายจำคุก 1 เดือน ปรับ 1,400 บาทฐานอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือนปรับ 1,400 บาท รวมจำคุก 2 เดือนปรับ 2,800 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับกักขังแทนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 30)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 31)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งว่าจำเลยถูกจับกุม และควบคุมตัววันใด ซึ่งตามฟ้องโจทก์ว่าจำเลยถูกจับกุมวันที่ 9 พฤศจิกายน 2535 แต่จำเลยฎีกาว่าวันที่25 ตุลาคม 2535 จึงเป็น ปัญหาข้อเท็จจริงอันนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2567

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่าพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุคนใดจะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้