Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58506)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อฎีกา ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และคดีนี้ที่จำเลยฎีกาขอให้ ยกฟ้องโจทก์ อันเป็นคดีฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่อาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาทในขณะยื่นฟ้องจึงต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248วรรคสองส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้พิพากษาตามฟ้องแย้งจำเลยมีคดี มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาของจำเลย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่18 ตุลาคม 2536ขอให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและจำเลยได้ยื่นคำร้องลงวันที่21 ตุลาคม 2536 ขอให้อธิบดีผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ว่า การขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ต้องร้องขอ ภายในกำหนดระยะเวลาฎีกา เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้วจึง ล่วงพ้นระยะเวลาที่จำเลยจะขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้จำเลยฎีกาได้ จึงไม่อนุญาตให้ส่งคำร้อง พร้อมสำนวนไป ยังอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1จำเลยเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลย มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ซึ่งจำเลยก็ได้ยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 7 วันแล้ว การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในขณะที่จำเลยยังมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาต่อ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อยู่ จึงไม่ชอบ ของศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยและ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งในคำร้องของ จำเลยฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2536 และฉบับลงวันที่ 21 ตุลาคม 2536 เป็นคำสั่ง ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และโปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้อง ของจำเลยไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อมีคำสั่ง ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก,230 วรรคสามประกอบมาตรา 247 ตอนท้ายโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 112)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนยุ้งข้าวเพิงที่พักรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.)ทะเบียนเลขที่ 3301 เลขที่ดิน 212 ตำบลขามใหญ่อำเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัดอุบลราชธานีของโจทก์ ห้ามจำเลยและ บริวารเข้าเกี่ยวข้อง กับที่ดินแปลงดังกล่าวอีกต่อไป และให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่ โจทก์เดือนละ 150 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลย จะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์เสร็จสิ้นศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 105)จำเลยยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค1อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2536และฉบับลงวันที่ 21 ตุลาคม 2536 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 108,109)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 110)คำสั่งจำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234ประกอบด้วย มาตรา 247 ก่อน จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 120/2537นายดวน มุสิกสารโจทก์นายคำหรือคำปัน บุญเพศจำเลยนายคำปัน บุญเพศ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อฎีกา ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และคดีนี้ที่จำเลยฎีกาขอให้ ยกฟ้องโจทก์ อันเป็นคดีฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่อาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาทในขณะยื่นฟ้องจึงต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248วรรคสองส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้พิพากษาตามฟ้องแย้งจำเลยมีคดี มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาของจำเลย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่18 ตุลาคม 2536ขอให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและจำเลยได้ยื่นคำร้องลงวันที่21 ตุลาคม 2536 ขอให้อธิบดีผู้พิพากษา

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ว่า การขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ต้องร้องขอ ภายในกำหนดระยะเวลาฎีกา เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้วจึง ล่วงพ้นระยะเวลาที่จำเลยจะขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้จำเลยฎีกาได้ จึงไม่อนุญาตให้ส่งคำร้อง พร้อมสำนวนไป ยังอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1จำเลยเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลย มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ซึ่งจำเลยก็ได้ยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 7 วันแล้ว

การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในขณะที่จำเลยยังมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาต่อ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อยู่ จึงไม่ชอบ ของศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยและ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งในคำร้องของ จำเลยฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2536 และฉบับลงวันที่ 21 ตุลาคม 2536 เป็นคำสั่ง ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และโปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้อง ของจำเลยไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อมีคำสั่ง ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก,230 วรรคสามประกอบมาตรา 247 ตอนท้ายโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 112)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนยุ้งข้าวเพิงที่พักรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.)ทะเบียนเลขที่ 3301 เลขที่ดิน 212 ตำบลขามใหญ่อำเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัดอุบลราชธานีของโจทก์

ห้ามจำเลยและ บริวารเข้าเกี่ยวข้อง กับที่ดินแปลงดังกล่าวอีกต่อไป และให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่ โจทก์เดือนละ 150 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลย จะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์เสร็จสิ้นศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 105)จำเลยยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค1อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2536และฉบับลงวันที่ 21 ตุลาคม 2536 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 108,109)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 110)คำสั่งจำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234ประกอบด้วย มาตรา 247 ก่อน จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ บุนนาค · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18325/2556

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5499/2550

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 232 ทางแก้ของจำเลยที่ 1 คือต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6941/2549

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2548

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2477/2548

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยเห็นว่าจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งโดยไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น เป็นการไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้